ยอมรับความจริงได้ ฝันร้ายก็มิอาจก่อการ


ยังฝันอยู่เหรอเนี่ย !!?

ใช่ ฝันกันทั้งโลกเลย

 ??????????????????????????

นี่เราตื่นกันแล้วใช่มั๊ย ?

ดูหนังเรื่องนี้มาจนถึงช่วงท้ายๆ เสียงในใจเราอาจเปล่งวาจาขึ้นมาเองว่า “เอ๋ !!?? นี่มัน…..หยั่งกะ การก่อการร้ายจริงๆเลยนะเนี่ย”

ภาพมุมกว้างของบ้านเรือน ตึกสูงระฟ้าและสิ่งก่อสร้าง ตลอดจนถนนหนทางในตัวเมืองใหญ่ ที่มีเขม่าควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในฉากตอนท้ายๆของเรื่อง ราวกับว่าเมืองทั้งเมืองอยู่ในสภาวะหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวไปชั่วขณะหนึ่ง ภาพหายนะในฝันกลายเป็นเรื่องจริงแล้วใช่ไหม??

หลังจากสถานการณ์ความยุ่งเหยิงทั้งหลายผสมปนเประหว่างภาพฝันกับความเป็นจริงสลายลง หากจะถามต่อว่า มันคลี่คลายแล้วล่ะหรือ? จบจริงเหรอ??ไอ้ความโกลาหลแบบเนี้ยะ คนที่ได้ดูการ์ตูนเรื่องนี้แล้ว อาจอยากจะต่อเติมคำถามลอยๆของคุณตำรวจโคนาคาวะเอาเองว่า “น่าาานน่ะสินะ??คุณว่า เราตื่นแล้ว จริงรึเปล่า??”

นักปราชญ์หลายสำนักให้ความหมายของความฝันเอาไว้มากมายหลายแบบ ซึ่งทุกแบบเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ภายในใจ เรื่องราวที่คิดนึกและรู้สึก หรือว่าเป็นสิ่งที่มีเหตุมาจากความรู้สึกสัมผัสเมื่อตา หู จมูก ลิ้น กายได้รับการกระทบถูกในขณะที่กำลังหลับฝัน

ปราชญ์บางท่านกล่าวว่า “ความฝันจะยังคงมิใช่ความฝัน จนกว่าเราจะตื่นขึ้น” นั่นเป็นเพราะว่าปรากฏการณ์ทางภาพ เสียง กลิ่น รสและความรู้สึกสัมผัสต่อกายและใจในเวลาหลับใหล มันคือความจริงที่เรารู้สึกและเชื่อว่าเป็นจริงในฝัน ดังนั้นหากความตื่นรู้ของผู้ใดยังมิได้เกิดขึ้น บุคคลผู้นั้นย่อมจะยังจมอยู่ในความหลับฝันที่เขาคิด เขาเชื่อ เขาเห็นว่ามันจริงตามใจปรารถนาอยู่ร่ำไป มิใช่ความเป็นจริงที่เราประจักษ์ณ.เวลาหนึ่งๆในชีวิตขณะตื่นรู้สำนึก

เมื่อปาปริก้าทะลุจอความฝันมาสู่โลกในความจริง เธอบอกเราให้รู้ว่าถึงที่สุดแล้ว ลักษณะของธรรมชาติคู่ๆกัน(ทวิลักษณ์)ของสมมติในทุกสิ่งล้วนมีสองด้านหรือขั้วตรงข้ามที่สัมพันธ์กันอยู่เสมอ มีสว่างย่อมต้องมีมืด มีความจริงคู่กับความฝัน มีความเป็นอยู่คู่กับความตาย มีผู้ชายก็ต้องมีผู้หญิง และหากจะให้รสชาดกลมกล่อมก็ต้องใส่ปาปริก้าเติมลงไป

สมมติคู่กันเหล่านี้มิได้แบ่งแยกออกจากกันเพราะแสดงความแตกต่างกันเท่านั้นหรอก แต่ในความเป็นจริงมันคือปรากฏการณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกันที่แสดงตัวตามเงื่อนไขของเหตุปัจจัย ดังนั้นหากขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไปแล้วคงมิอาจทำให้ธรรมชาติสมดุลย์เต็มบริบูรณ์ได้เลย สิ่งเหล่านี้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวในธรรมชาติอยู่เสมอมา ซึ่งเราจะรู้สึกเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อจิตใจตื่นขึ้นจากการหลับใหล คือมีสตินี่เอง

และในเวลานั้นโลกของความคิดฝันจะถูกรู้และยอมรับความเป็นจริงได้อย่างตรงไปตรงมา เหมือนกับที่ปาปริก้า(ที่หมายถึงความสว่างไสว)กลืนกินความดำมืด แล้วเติบใหญ่เลือนหายกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าหัวหน้าชิมะและโคนาคาวะนั่นเอง

ในขณะที่หลับฝันไป ผู้กองโทชิมิ โคนาคาวะ พบว่าความเป็นตัวเขาได้กลายเป็นตัวตนในรูปลักษณ์และบุคลิกต่างๆกัน หลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นคนเดิมบ้างเป็นคนอื่นบ้าง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนบทบาทก็เปลี่ยนไป ในฝันบางช่วงบางตอนดูสั้นกะทัดรัด แต่ฝันบางเรื่องก็ยาวยืดเยื้อ ปาปริก้าบอกว่า ถ้าเอาความฝันมาตัดต่อคงจะได้หนังอาร์ตสั้นๆหลายเรื่อง หรือไม่ก็หนังตลาดขนาดยาว เรื่องราวในฝันบางตอนมาจากสิ่งที่หมกหมุ่นครุ่นคิดต้องการหาคำตอบ หรือสิ่งที่ยังไม่เข้าใจกระจ่างนัก ด้วยเหตุนี้ ฝันบางเรื่องจึงมาจากคดีฆาตกรรมที่ตัวเขาเองยังสืบหาตัวคนร้ายไม่ได้

ทีนี้ หากเรื่องใดเป็นสิ่งที่ค้างคาในใจแล้วล่ะก็ คงจะวนเวียนอยู่ในฝันไม่รู้คลาย ฉะนั้น การยอมรับความจริงเสียตั้งแต่ในฝัน คงจะเป็นการเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด ใช่ไหม? หากจะทำความเข้าใจตัวตนเองและที่มาที่ไปของสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อใจเรา ก็แค่รู้ว่า คิดนึกฝันไปเท่านั้นเอง 

paprika1io5

หลังจากเครื่องดีซีมินิถูกขโมยไปในเช้าวันรุ่งขึ้น ดร.โทราทาโร ชิมะ(หัวหน้าโครงการพัฒนาดีซีมินิเพื่อนของโคนาคาวะ)ก็ถูกความฝันของคนอื่นเข้าแทรกแซงในขณะที่กำลังถกเถียงกันเรื่องเทคโนโลยีจิตบำบัดกับท่านประธาน สิ่งที่ชิมะ พูดออกมานั้นมิได้เกี่ยวอะไรกับหัวข้อในวงสนทนาเลยแม้แต่น้อย ชิมะพูดว่า “แม้ว่านางสนมทั้งห้าจะร่ายรำไปตามเสียงขลุ่ยและเสียงย่ำกลองของพวกกบ กระดาษรีไซเคิลปลิวลมเวียนวนยังน่าดู มันก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์กราฟฟิค! ในความเป็นจริงแล้วถึงผมจะไม่ได้อุดหนุนคัดตาร์ดแช่เย็นสีสันสดใส กับพวกคนขายของหัวสูงที่รอบรู้อยู่เพียงในกะลา ……………………………….ไปเหอะ ไปกัน ฉันจะเป็นผู้ปกครองสูงสุด”

ซึ่งสิ่งที่หัวหน้าชิมะพูดมาทั้งหมดก็คือภาพขบวนพาเหรดในฝันที่เขาเห็น เขารู้สึกและสัมผัสได้ในเวลาตื่นอยู่ รู้สึกเชื่อเสมือนว่ามันจริงแน่แท้ แต่ว่ามันมิใช่ดังความจริงที่อยู่ตรงหน้ากระนั้นหรอก เพราะว่ามันคือมายาภาพในจินตนาการที่ฝังใจ ฝังหัวและมีความต่อเนื่องจนแยกไม่ออกระหว่างความจริงกับความฝัน(หรือสิ่งที่ถูกเชื่อ) ซึ่งก็คือการก่อการร้ายที่หนังการ์ตูนเรื่องนี้พยายามจะสื่อสารบอกเรานั่นเอง กล่าวกันว่า การก่อการร้ายคือการสร้างสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้คน สังคม ชุมชน และประเทศเป็นเป้าหมายหลัก บางครั้งก็อาศัยสถานการณ์ยุ่งเหยิงล่อหลอกให้เหยื่อเคราะห์ร้ายต้องเผชิญเข้ากับสิ่งที่ไม่คาดฝัน อาจรุนแรงไปจนกระทั่งสูญเสียจิตสำนึกรู้อย่างถาวร(เสียสติ) ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นปรกติได้ หรือไม่ก็ต้องบาดเจ็บล้มตายไป

paprika_trailer1

 

 

บางเหตุการณ์ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกเสียขวัญแก่ผู้คนทั่วไปที่มิใช่เป้าหมายหลัก คนเหล่านี้กลายเป็นเหยื่อเคราะห์ร้ายของความรุนแรงเวียนวนไม่รู้จบ หนีไม่พ้นและต้องทนอยู่เช่นนั้น ไม่มีทางออก สำหรับคนที่มีสามัญสำนึกรู้จักดีชั่วเขาคงจะไม่สนับสนุนผู้ก่อการร้ายใช่ไหม แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าใครมีใครไม่มีสำนึกที่ว่านั่น บางทีคนๆนั้นอาจกำลังฝันและหลงละเมอทำบางสิ่งไปโดยไม่รู้ตัว หรืออยู่ในสถานการณ์ตกกระไดพลอยกระโจน หรือคนผู้นั้นอาจเป็นคนที่มีอุดมการณ์อันสูงส่ง มีศรัทธาความเชื่ออันดีงาม แต่สูญเสียความสามารถในการคิดให้รอบด้าน หรือไม่มีเพื่อนคู่คิดช่วยเตือนและชี้แนะบอกทางที่ถูกที่ควร หรืออาจกำลังมีชีวิตอยู่อย่างเหี่ยวแห้งอับเฉาในโลกแห่งความจริง(ไม่ยอมรับความจริง) จนกระทั่งเมื่อสบโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่เป็นอยู่ เหตุใด?เขาจะไม่พยายามไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งสิ่งอันที่เขาต้องการ เขาคิด เขาเชื่อ เขาเห็นว่าดีเล่า

อย่างเช่นท่านประธานผู้มีความเห็นความเชื่อว่า เทคโนโลยีดีซีมินิคือเครื่องเบิกฝันที่เป็นอันตรายต่อผู้นำไปใช้สำหรับใครก็ตามที่ไม่รู้จักระมัดระวัง ทว่าสำหรับท่านประธานเองแล้วมันคือการเข้าถึงสิทธิอย่างมีชั้นเชิง รู้วิธีการ ตลอดจนมีปัจจัยที่เอื้ออำนวยและสบโอกาสที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้ เพื่อปลดเปลื้องข้อจำกัดทางกายให้พ้นไปจากการจมปลักอยู่กับที่นั่งรถเข็นตลอดชีวิต

ท่านประธานกับโอซาไน(ลูกน้องผู้ยอมเป็นขาให้เจ้านาย) เลือกที่จะบงการชีวิตในความฝันมากกว่าการตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริง ในขณะที่โทคิตะ(อัจฉริยะนิสัยเด็ก) และฮิมุโระ(ผู้สูญเสียจิตสำนึกหรือแห้งตาย) รู้จักหลับฝันและพยายามสานฝันร่วม(อุดมการณ์)กันให้เป็นความจริง สร้างดีซีมินิเพื่อประโยชน์ให้วงการจิตบำบัด เมื่ออยู่ในฝันสิ่งที่โทคิตะเป็นคือเป็นหุ่นยนต์ในแบบที่ฮิมุโระรู้จัก(ไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น) ทว่าฮิมุโระในตอนนั้นไม่สามารถรับรู้ได้อีกแล้ว

โอซาไนทนฟังไม่ได้

โอซาไนทนฟังไม่ได้

ต่างไปจากสิ่งที่อัทสึโกะเป็น คือเป็นปาปริก้าสาววัยรุ่นสดใสที่พร้อมจะศึกษาเรียนรู้ความฝันร่วมกับผู้เข้ารับการบำบัดทุกคน หญิงสาวที่น่าชิดใกล้สนิทสนมเป็นกันเองคนนี้ ทำให้ผู้หลับฝันสามารถเปลี่ยนฝันร้ายให้กลายเป็นดีและช่วยให้เรารู้ว่าควรจะมีท่าทีอย่างไร?ต่อความฝันเฟื่องคาใจที่กำลังประสบอยู่ ดังนั้นปาปริก้าจึงเป็นเสมือนนักจิตบำบัดในอุดมคติสำหรับเหล่านักฝันดีทั้งหลาย มิใช่สำหรับผู้ก่อการฝันร้ายอย่างท่านประธานและโอซาไนที่ไม่ยอมรับและเรียนรู้ตามความเป็นจริง

คุณรู้ไหมว่า ปาปริก้าคือชื่อของพริกชนิดหนึ่งที่เป็นเครื่องเทศชูรส ในภาษาไทยเราเรียกกันอยู่หลายชื่อ อาทิเช่น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกหยวก เป็นต้น และขึ้นชื่อว่าพริกย่อมมีรสชาติเผ็ดร้อนเป็นลักษณะเฉพาะตัว แต่จะเผ็ดมากเผ็ดน้อยขึ้นอยู่ชนิดพันธุ์ แหล่งที่มา พื้นที่ดินเพาะปลูก และกรรมวิธีที่นำไปใช้ แต่ปาปริก้าในหนังการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ใช่พริก แต่ถ้าเป็นพริกก็เป็นพริกปาปริก้าที่ทำให้ตื่นรู้ในความฝัน จะเป็นฝันหวาน ฝันกลางวัน ฝันเฟื่อง คิดฟุ้งฝันไป หรือจะเป็นฝันร้าย ฝันนั้นจะแบบใดก็ตาม หากเราไม่หลงกลฝันลวงทั้งหลาย ความเผ็ดร้อนปรุงรสในฝัน(ปาปริก้า)ก็คงจะทำให้เราเลิกฝันลมๆแล้งๆและยอมรับความจริงได้เพราะว่าเห็นตรงพอดีที่ใจฝันต่อเนื่องกันนี้ขาดตอนลง

เขียนโดย Iechyd Da

ลงในสารโกมลปี มีนาคม-เมษายน ๒๕๕๑ ปีที่ ๒๖

รูปบนสุดมาจากเวป http://carolinasobral.wordpress.com/2013/01/10/satoshi-kon/

รูปที่สองมาจากเวป http://kamikazecinema.blogspot.com/2012/08/paprika.html

ปาปริก้าทะลุจอ http://xnessa-bearx.tumblr.com/

รูปถัดลงมา http://m.laweekly.com/los-angeles/blogs/Post?basename=jerry-becks-animation-tuesdays-explores-cartoon-dreams-with-paprika-popeye-and-more&day=04&id=publicspectacle&month=08&year=2011

รูปที่สี่ ภาพรวมมาจากเวป http://cineclub-orbital.blogspot.com/2012/07/paprikapapurika-dirsatoshi-konjapon2006.html

รูปโอซาไนไม่อยากฟัง http://www.screenrush.co.uk/films/film-115013/photos/detail/?cmediafile=18872432

รูปสุดท้ายมาจากเวป http://wondersinthedark.wordpress.com/2010/06/15/paprika-no-35/

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s