วันวาน เป็นเวลาเดียวกับวันนี้

ความรักนั้นเปรียบดังกระแสธาร ชำระล้างให้รู้สึกอ่อนโยน
ความรักนั้นเปรียบดังคมมีด กรีดเฉือนบาดลึกดวงวิญญาณ
ความรักนั้นเปรียบดังความหิวกระหายอันไร้ที่สิ้นสุด
กล่าวกันว่าความรัก มันเป็นเช่นนั้นเอง
ทว่า หากเปรียบความรักเป็นดอกไม้
มันคือดอกไม้แห่งชีวิต และเธอ…ก็คือเมล็ดพันธุ์นั้น

ถ้ากลัวว่าดวงใจจะแตกสลาย หัวใจคงไม่รู้จักเริงระบำ
ถ้ากลัวว่าจะตื่นขึ้นจากนิทรา เธอคงไม่ได้ลองเสี่ยงเพื่อความฝัน
หากเกลียดชังการสูญเสีย เธอคงไม่รู้จักการให้ด้วยหัวใจ
หากกลัวว่าจะต้องตาย เธอคงไม่รู้จักชีวิตที่มีอยู่

ในค่ำคืนอันยาวนานเพียงลำพัง บนหนทางยาวไกลอย่างเดียวดาย
เมื่อเธอคิดหวังให้ความรักเดินเข้ามา นั่นกลับไม่มีความรักใดๆมาหาเธอ
ขอได้โปรดจดจำเอาไว้เถิด ว่าความรักนั้น
ได้ถูกฝังกลบเอาไว้แล้วภายใต้หิมะในฤดูหนาว
เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือนด้วยความรักจากดวงตะวัน
เมล็ดพันธุ์นั้นก็จะผลิบานกลายเป็นดอกไม้

เพลงไพเราะข้างต้นกำลังบรรเลงไปพร้อมๆกับการเริ่มเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง เมื่อสาวโตเกียวอย่างทาเอโกะต้องอำลาวิถีชีวิตชาวไร่ดอกคำฝอยที่เธอมาทดลองใช้ชีวิตชั่วคราว ซึ่งผู้ขับร้องคือ คุณฮารุมิ มิยาโกะได้พรรณนาความหมายของความรักให้เรารู้สึกและสามารถทำความเข้าใจได้เองว่า ส่วนหนึ่งในชีวิตคนเรานั้น มีความรักเกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ปกติธรรมดาเหมือนๆกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เมื่อถึงเวลาจะมีสัญญาณของความรักให้เราเห็นเอง ขอได้โปรดสังเกตอาการที่เกิดขึ้นกับหัวใจเถิด ไม่ต้องไปหาที่ไหน แล้วจะเข้าใจได้ว่ารักมันเป็นเช่นนั้น

เมื่อเปรียบความรักคือดอกไม้ เธอก็คือเมล็ดพันธุ์ที่ทำให้ดอกไม้นั้นมีชีวิต แต่กว่าจะเป็นดอกไม้หรือกว่าจะมีความรักได้ คงต้องอาศัยการเลี้ยงดูต้นอ่อนกระทั่งเติบโตขึ้นมา จากเมล็ดพันธุ์ที่ความมีชีวิตยังไม่ปรากฏ ด้วยความเอาใจใส่ เมื่ออาหาร น้ำ อากาศหล่อเลี้ยงต้นไม้เติบโตพร้อมเจริญพันธุ์ ดอกไม้นั้นจักแย้มกลีบบานอย่างสวยงาม นั่นเป็นสัญญลักษณ์ของความสุขกับความรัก จากนิยามความหมายต่างๆกันไปที่มีอยู่มากมาย แต่ถ้ารวมเอาเฉพาะที่เปรียบกับดอกไม้นั้นแล้ว กล่าวกันว่า “เวลาของความรักคือเวลาแห่งความมีชีวิตชีวาโดยเริ่มต้นนับตั้งแต่ตอนเป็นเมล็ดพันธุ์ไปจนกระทั่งเติบโตผลิบานออกดอกสวยงาม”

นักมานุษยวิทยา เฮเลน ฟิชเชอร์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรัตเกอรส์ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เล่าว่า เมื่อให้อาสาสมัครมองรูปคนรัก บริเวณเวนทรัลเท็กเมนทัล(Ventral tegmental area) และคอเดตนิวเคลียส(Caudate nucleus) ในสมองจะทำงาน ซึ่งสมองส่วนนี้จะเต็มไปด้วยหน่วยรับสาร และหากมีองค์ประกอบที่เหมาะสม โดพามีนจะสร้างพลังงาน ความเบิกบานใจ สมาธิอันแน่วแน่ และความอยากเอาชนะอย่างแรงกล้า จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลย หากจะบอกว่า ช่วงเวลาที่มีความรักคือช่วงระยะเวลาที่มีชีวิตชีวา

d5d01f7f0c660afca4cac1e40de06737ce14e93c_hq

การมีความรักอาจเปรียบได้กับความมีชีวิตชีวาก็จริงอยู่ แต่มันก็เป็นชีวิตชีวาที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายและมากมายความรู้สึกเหลือเกิน เหมือนอย่างที่ในเพลงนี้บอกว่า ความรักช่วยหล่อเลี้ยงความฝัน ทำจิตใจให้อ่อนโยน รื่นเริง รู้สึกเต็มอิ่มในหัวใจพร้อมที่จะให้และเข้าใจชีวิตอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งนั่นก็คือสิ่งดีๆ เมื่ออยู่ในห้วงเวลาแห่งความรัก แต่ในทางกลับกันมันก็เป็นต้นเหตุที่มาของความเจ็บปวดมากมาย ความกลัวตาย ความรู้สึกเกลียดกลัวการสูญเสีย รวมทั้งความรู้สึกหิวกระหายความรักอย่างไม่มีวันจบสิ้น การมีความรักทำให้รู้สึกเป็นสุขแต่ก็เจือทุกข์มาให้ด้วย หากไม่รู้จักมันดีพอ เมื่อใดที่ได้รับอาหารเหมาะสม ความรักก็จะผลิบานงดงาม แต่เวลาใดที่อาหารเป็นพิษ รักนั้นได้วางยาเผาลนใจเราเข้าให้แล้ว

เราอาจเปรียบความรักเป็นเสมือนทุ่งดอกคำฝอยสีเหลืองทองอร่ามตา ในยามเช้าท่ามกลางหมู่ผึ้งงานและผีเสื้อปีกสวยจิบชิมน้ำหวาน เกสร สีสันความงดงามจากธรรมชาติก็ใช่ว่าจะไม่แฝงพิษภัยมาด้วย ในการ์ตูนเล่าว่าสมัยก่อนไม่มีถุงมือ หญิงสาวเก็บดอกคำฝอยจะต้องปลิดเกสรออกมาด้วยมือเปล่าๆ จึงยากนักที่จะไม่ถูกหนามแหลมของดอกทิ่มตำ ด้วยเหตุนี้เองสีจากเกสรของดอกคำฝอยจึงแดงฉานอย่างยิ่งเมื่อไปปรากฏลงบนเบนิที่มีราคาแพงเทียบได้กับราคาทองคำ จนดูเหมือนว่าสีแดงสดจากเกสรดอกคำฝอยจะเจือปนหยดเลือดและคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวดของหญิงสาวไปด้วย หญิงสาวทำได้เพียงเพาะปลูกเก็บเกี่ยวแต่ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งสวมใส่เบนิที่ทำจากสีดอกคำฝอยเลย

การ์ตูน “Only Yesterday” เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยอาศัยเค้าโครงเรื่องมาจากหนังสือการ์ตูนภาพชื่อ Omohide Poroporo ที่มีความหมายว่าความทรงจำหลั่งไหลราวกับหยดน้ำตา น้ำตาจะรินไหลก็ต่อเมื่อมีความรู้สึกสะเทือนใจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะรู้สึกสุขใจหรือรู้สึกทุกข์ใจก็ตาม มันอาจมีน้ำตาได้ทั้งนั้น และความรู้สึกเหล่านี้ย่อมประทับลงที่ใจ บันทึกเป็นความทรงจำ ณ เวลานั้น บางครั้งบางคราวมันก็ระลึกได้เองจากความทรงจำที่เราประทับเอาไว้ในใจไม่ลืม เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกระทบใจ เรื่องราวในความทรงจำเหล่านี้จึงผุดขึ้นมา

เช่นเดียวกับทาเอโกะที่กำลังหวนระลึกนึกถึงเรื่องราวเมื่อวัย ๑๐ขวบในอดีต เธอถามตนเองว่า “ทำไมต้องเป็นตอนอยู่ ป.๕ ด้วยนะ” สำหรับผู้หญิงแล้วอายุในวัยนั้นเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจากวัยเด็กกลายเป็นผู้ใหญ่ ในการ์ตูนเปรียบเทียบกับการเปลี่ยนโครงสร้างและรูปร่างของผีเสื้อในระหว่างการเจริญเติบโต ทาเอโกะคิดว่าบางทีเด็กผู้หญิงอายุ ๑๐ขวบคงรู้สึกเหมือนกับได้ค้นพบปีกผีเสื้อของตนเองเป็นครั้งแรก เป็นปีกที่ทำให้พวกเธอร่าเริงในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่มีหลากสีสัน ถึงแม้จะไม่เข้าใจและไม่รู้เลยว่าการกระพือปีกโบยบินนั้นมีจุดหมายไปสิ้นสุดที่ตรงไหน แต่หากลองสังเกตดู การขยับปีกแต่ละครั้งก็ใช่ว่าจะไร้ที่หมายเสียทีเดียว ในบริเวณที่ปรากฏผีเสื้อมักจะมีดอกไม้ พรรณไม้ประเภทที่ให้น้ำหวานน้ำเลี้ยงเติบโตอยู่เสมอ กระทั่งผลไม้ตกหล่นบูดเน่าก็ยังเป็นที่โปรดปรานสำหรับผีเสื้อเช่นกัน ซึ่งสถานที่เหล่านี้ต้องมิใช่ในป่าคอนกรีตแห้งแล้งแน่ๆ หากผีเสื้อต้องอาศัยอยู่ในป่าไร้ชีวิตเยี่ยงนี้ มันคงโหยหาชีวิตท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาในชนบทอย่างยิ่ง ทาเอโกะถึงได้ตอบกับคุณย่าว่า คนเราไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ในสถานที่แบบโตเกียวที่มีแต่รถและตึกเต็มไปหมด

แต่ก่อนผีเสื้อจะกลายร่างโบยบินไปท่ามกลางมวลไม้ดอกนานาพันธุ์วงจรชีวิตของแมลงชนิดนี้ต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงทางสรีระถึง ๔ครั้ง จากไข่กลายเป็นตัวหนอน จากตัวหนอนกลายเป็นดักแด้ และจากดักแด้กลายเป็นตัวเต็มวัยที่เราเรียกว่า “ผีเสื้อ”นั้น เป็นวัยเจริญพันธุ์ที่มีอวัยวะสมบูรณ์พร้อมจะสืบพันธุ์และวางไข่แล้ว ซึ่งนักกีฏวิทยา(ผู้ศึกษาเรื่องแมลง) เรียกการเปลี่ยนแปลงนั้นว่า “เมตามอร์โฟซิส” สำหรับผีเสื้อนั้นจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบ Complete Metamorphosis ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและขนาดโดยสมบูรณ์ไม่กลับไปเป็นเหมือนเก่าอีก ผีเสื้อนี้ไม่ได้คงรูปร่างเดิมและค่อยๆ เปลี่ยนเหมือนกับแมลงบางชนิดจำพวกผึ้งหรือมด ที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างแบบ Incomplete Metamorphosis ลองสังเกตดูให้ดีเวลากินไข่มดแดงหรือยำไข่มดแดงที่เราเรียกว่า ไข่มดนั้น มันมีทั้งไข่มดสีขาว ตัวมดเต็มวัยมีปีกไม่มีปีก และมดตัวสีขาวเหมือนไข่แต่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับตัวมีปีกไม่มีปีกทุกประการ พวกนี้คือตัวอ่อนที่รอการเติบโตต่อไปเป็นตัวเต็มวัยตามรูปร่างและหน้าที่ต่างๆกัน

ชีวิตในระยะที่มีความผันแปรทางร่างกายอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ ในการ์ตูนบอกเราว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกายเท่านั้นที่เด็ก ป.๕ ต้องเผชิญ ยังมีเรื่องของการรับรู้สิ่งใหม่ๆ ความรู้สึกและอารมณ์หลายหลากที่โคจรเข้ามาตามวัย อาทิเช่น รักในวัยเรียน ความใฝ่ฝันต่อการท่องเที่ยวในชนบทหรือการเป็นนักแสดง และการนึกภาพจริงของผลลัพธ์จากการหารเศษส่วน เป็นต้น สิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้ประดังประเดเข้ามาเสียจนไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งๆที่สิ่งติดค้างอยู่ในใจบางเรื่องก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลยสำหรับบางคน คงเป็นเพราะเขาหรือเธอเหล่านั้นประพฤติตามๆกันไปกระมัง ทว่าสำหรับทาเอโกะแล้ว เธอเข้าใจว่าคนที่คำนวณเลขเศษส่วนได้ดีจะมีชีวิตที่ดำเนินต่อไปได้อย่างง่ายดาย คือเป็นชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป แต่งงานมีลูกและใช้ชีวิตเหมือนๆกัน ถึงแม้ว่าคนอื่นจะบอกว่าทาเอโกะนั้นมีชีวิตที่ดี มีงานดีๆให้ทำในที่ทำงานดีๆ แต่เธอกลับไม่คิดอย่างนั้นเลย ถึงที่สุดแล้ว การหารเศษส่วนมันยังคงยากสำหรับเธออยู่ดี

การหารคือการซอยย่อยเป็นเท่าตัวออกจากเลขจำนวนเต็ม และการคูณก็คือการทบทวีเป็นเท่าตัวเพิ่มขึ้นตามเลขจำนวนเต็ม แต่ว่าเมื่อหารหรือคูณด้วยตัวเลขเศษน้อยกว่าตัวส่วนแล้วล่ะก็ มันจกลับกันเลย คือยิ่งหารยิ่งมีจำนวนมากขึ้น และยิ่งคูณก็ยิ่งน้อยลง ในอีกทางหนึ่งหากตัวเลขเศษมากกว่าส่วน ผลลัพธ์จะน้อยลงเมื่อนำมาหาร และมากขึ้นเมื่อเอาไปคูณ เหมือนๆกับเลขจำนวนเต็ม ลองคิดดูเล่นๆนะว่า แอปเปิ้ล ๒ /๓ หารด้วย ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ เราสามารถคิดเป็นภาพได้อย่างไร? จะหาคำตอบตามสูตรสำเร็จที่ท่องจำทำตามกันมา คงไม่ยาก แต่ถ้าจะให้เห็นเป็นรูปธรรมจับต้องพิสูจน์ออกมาให้เห็นแบบจะๆ ก็ต้องเอาแอปเปิ้ลมาลองหั่นดูเอง ถึงจะรู้ จริงไหม?

เขียนโดย ญาเฮ ดา(Iechyd Da)

สารโกมล กันยายน-ตุลาคม ๒๕๔๙ ปีที่ ๒๔

รูปปกการ์ตูน(บนสุด) มาจาก http://www.les-lectures-de-cachou.com/2010/08/page/3/

รูปทาเอโกะฟูฟ่องล่องลอยอยู่ในรักแรก มาจาก http://aminoapps.com/page/anime/9458521/only-yesterday-dui-wahibli

รูปทุ่งดอยคำฝอย มาจาก http://wondersinthedark.wordpress.com/2010/11/26/28-only-yesterday/

รูปเรียนการหารเศษส่วน(ล่างสุด) มาจาก http://mycollection.rubberslug.com/gallery/inv_info.asp?ItemID=237545

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s