ปาปริก้าผู้ช่วยในฝัน กุญแจไขจิตใจเรา

ซาโตชิ คอน สร้างการ์ตูนเรื่องนี้จากนวนิยายชื่อปาปริก้า ซึ่งผู้แต่งนิยายชื่อ ยาสุทากะ ทสึทสึอิ ได้ประกาศไว้ว่า จะเลิกเขียนหลังจากหนังสือนิยายเล่มนี้ถูกเขียนเสร็จสิ้น ในปี ๒๕๓๔ “ Paprika ” ออกสู่สายตาผู้อ่านครั้งแรกด้วยการตีพิมพ์ส่วนครึ่งแรกของเรื่องลงหนังสือพิมพ์เป็นตอนๆ ตลอดระยะเวลา ๖เดือน

คนซ้ายคือ ซาโตชิ คง คนขวาคือ ยาสุทากะ ทสึทสึอิ

หลังจากนั้น ทสึทสึอิก็หยุดพักการเขียนอยู่ระยะหนึ่งเพื่อรวบรวมข้อมูลวัตถุดิบเพิ่มเติมสำหรับการเขียนตอนต่อไป เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่ของนิยายมีที่มาจากความฝัน ซึ่งเมื่อนำมารวมเข้ากับความรู้ทางทฤษฎีจิตวิเคราะห์ทั้งหมดที่อาจารย์ทสึทสึอิศึกษามาเอง ที่สุดแล้วจึงออกมาเป็นหนังสือนิยายชั้นเยี่ยมที่เอาความฝันกับความจริงมาผูกโยงเรื่องเข้ากันได้อย่างวิเศษจนได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้อ่าน

ในการ์ตูนปาปริก้าเปิดเรื่องโดยบรรยายเป็นภาพเกริ่นถึงจิตใต้สำนึกว่า มันมีผลต่อความฝันยังไง ความมืดในภาพคือ จิตใต้สำนึก และทุกสิ่งทุกอย่างข้างในนี้ ก็ปรากฎขึ้นมาจากจุดเริ่มต้นที่มืดมิด จากนั้นจึงมีสิ่งเล็กๆอันหนึ่งเกิดขึ้นและจะมีสิ่งใหญ่โตโผล่ออกมา ดังนั้นอะไรเล็กๆน้อยๆที่เรารับทราบนั้น มิได้เล็กจ้อยโดยแท้จริงแต่เดิม เพราะมาจากสิ่งที่มองหายังไงก็ไม่เห็น คือมืดสนิท ซาโตชิ คอน บอกว่าฉากเริ่มต้นของการ์ตูนมันสื่อถึงประเด็นสำคัญทั้งหมดในภาพยนตร์เรื่องนี้เลย

ด๊อกเตอร์อัทสึโกะ ชิบะหัวหน้าทีมวิจัยดีซีมินิ อุปกรณ์ประดิษฐ์ที่ผู้วิจัย(ปัจจัยภายนอก) สามารถใช้มันเข้าไปแทรกแซงความฝันของผู้ป่วย เพื่อวิเคราะห์สภาพจิตและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของผู้เข้ารับการบำบัด ตัวอุปกรณ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดย ดร.โทคิตะ กับ ดร.ฮิมุโระ ซึ่งมีความฝันร่วมกันว่าจะประดิษฐ์สิ่งที่ทำให้คนเราสามารถร่วมฝันกับคนอื่นๆได้ เป็นการร่วมแบ่งปันจิตนาการฝันเรื่องเดียวกัน กลายเป็นฝันของคนๆหนึ่งคือฝันสำหรับทุกๆคน แนวคิดเช่นนี้จะเป็นประโยชน์มาก หากทุกคนมีส่วนร่วมในฝันเรื่องนั้นๆ แล้วคิดจะสานฝันให้เป็นจริงขึ้นมา

หากดีซีมินิเสร็จสมบูรณ์จริงๆ เราจะสามารถเข้าไปในความฝันได้แม้ขณะกำลังดำเนินชีวิตประจำวันอยู่ ทำกิจกรรมต่างๆสัมพันธ์กับโลกแวดล้อมตัวเรา นี่…มันคือการหลีกหนีความจริงหรือเปล่า? ทว่า เทคโนโลยีใดมีความสามารถล้ำลึกมาก หรือมีข้อได้เปรียบมาก ย่อมต้องมีข้อเสียติดตามมาด้วยเสมอ สุดที่เราจะคาดการณ์ไปถึง อาจเกิดจากข้อจำกัดของตัวเทคโนโลยีและอุปกรณ์เอง หรือจากวิธีการนำมาใช้ ซึ่งส่วนใหญ่ มักจะเป็นปัญหาที่ก่อขึ้นมาโดย “คน” ที่ใช้มันด้วยความประมาท ใช้เครื่องมือด้วยความไม่เข้าใจ ใช้พร่ำเพรื่อจนเกินความจำเป็น ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่เท่าทันอำนาจฝ่ายต่ำภายในใจตนเอง ความอยากครอบครอง ความติดยึดในความเห็นความเชื่อของตัวและพวกพ้อง ตลอดจนความลุ่มหลงในตัวตนเองว่า ข้านี้แน่ ข้านี่แหละเป็นผู้เหนือกว่าใครๆ หากจะบอกว่าลักษณะอาการที่กล่าวมานี้ คือ ต้นตอที่สร้างเรื่องราวอันยุ่งเหยิงซับซ้อนกลายเป็นปัญหาทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ที่ทำมาทั้งหมด นั่นก็เพียงแค่ต้องการสนองอัตตาตัวตนของคนเรานี่เอง

อัทสึโกะได้ค้นพบความจริงบางตอนขณะเข้าแทรกแซงฝัน ว่า ในชั่วขณะหนึ่งที่ทุกๆภาพความฝันถูกกลืนและไหลมารวมกัน มันจะกลายเป็นภาพหลอนของความฝันที่ใหญ่โตขึ้น ในขณะนั้นเป็นเวลาที่จิตสำนึกรู้ของเราเข้าร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กลายเป็นส่วนหนึ่งในความฝันของผู้อื่น คือคนอื่นฝันเห็นเรานั่นเอง คงจะเรียกอาการแบบนี้ว่าเป็น “ความฝันร่วมกัน” ไม่ได้แน่ๆ เพราะว่าความเป็นเราได้ถูกดูดกลืนเข้าไปและจมลงสู่จิตใต้สำนึกของผู้อื่น สูญเสียความสามารถที่จะแบ่งปันประสบการณ์ เสกสรรค์จินตนาการใดๆไม่ได้ ไปจนกระทั่งไม่สามารถปฏิสัมพันธ์ต่อโลกภายนอกได้คือสั่งการตนเองไม่ได้อีกเลย ดังเช่น ตอนที่โอซาไนเอาหมุดปักปีกผีเสื้อและแหวกร่างฉีกเปลือกนอกปาปริก้า แล้วพบกับอัทสึโกะซึ่งสลบไสลไม่ได้สติทั้งกายและใจ ตรงนั้นแหละ

ปักหมุดปาปริก้า

ปักหมุดปาปริก้า

อัทสึโกะในร่างปาปริก้า

ว่ากันว่าการนอนหลับสนิทโดยไม่ฝันเป็นการพักผ่อนทางจิตที่ดีที่สุดที่ทุกคนสามารถทำได้ ทั้งนี้เพราะว่าการหลับลึกนั้นจิตสำนึกจะถูกนำเข้าสู่ภวังค์ ตัดการรับรู้อารมณ์ภายนอก หยุดคิดนึกปรุงแต่งจิต ลืมเรื่องราวเหตุการณ์ที่ผ่านการรับรู้ในชีวิตประจำวันลงชั่วคราวและมีกระบวนการบันทึกข้อมูลต่างๆลงไว้ในภวังคจิตหรือจิตใต้สำนึกในตอนนั้น ด้วยเหตุเหล่านี้นี่เองจิตใจคนเราจึงได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ในภวังคจิตแล้ว กระบวนการฝันก็จะเริ่มต้นในขณะที่ร่างกายหลับต่อไป หรืออยู่ในระยะเวลาที่ความรู้สึกสัมผัสทางกายยังไม่ถึงเวลาของการตื่นนอนจริงๆ

ความฝันเป็นกระบวนการระบายความทุกข์กลัดกลุ้มของมนุษย์ และเป็นการช่วยเยียวยาจิตใจผ่านกระบวนการทำงานของจิตใต้สำนึกซึ่งเป็นโกดังเก็บความทรงจำขนาดมหึมาที่มักจะปรากฎแสดงตัวผ่านการหลับฝัน เห็นนิมิต หยั่งรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือรำลึกอดีตอันไกลโพ้น บางคนสามารถพยากรณ์ชีวิตผู้คน หรือมีญาณสังหรณ์เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจและชี้แนะทาง กระทั่งสามารถไขความลับและเป็นช่องทางแสดงความจริงทะลุผ่านภาพมายาที่บดบังความเข้าใจ ปรากฎการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ อยู่ที่ว่าบุคคลผู้นั้นรู้ซึ้ง จำได้และประจักษ์ชัดแจ้งใจหรือไม่เท่านั้น

3-paprika paprika fly

เรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตระหว่างวันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารก็ย่อมได้ ถ้ารู้สึกติดใจและคิดว่ามันสำคัญเอามากๆ ย้ำคิดถึงเรื่องนั้นอยู่บ่อยๆ บางทีเรื่องที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อชีวิตเราก็โยงใยภาพในฝันให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น แน่นอนอยู่ว่าเรื่องที่กระทบใจอย่างรุนแรงย่อมมีโอกาสปรากฎตัวขึ้นมาอีกครั้งในความฝันมากกว่าเรื่องยิบย่อยอื่นๆในชีวิต แต่ก็ใช่ว่าสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านั้นจะไม่ส่งผลกระทบอะไรบ้างเลยต่อชีวิตเรา สิ่งหนึ่งสิ่งใดผ่านเข้ามาให้เรารับรู้สัมผัสได้ เมื่อเวลาเคลื่อนคล้อย ในแต่ละขณะจิตหนึ่งจะทิ้งเศษตะกอนเหลือเอาไว้ให้เราเห็นร่องรอยที่แล้วมาอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของเราเอง ว่ารับได้ไหม? คือเป็นกลางต่อสภาวะนั้นๆหรือไม่

เนื่องจากการทำงานของจิตใต้สำนึกที่แปรรูปออกมาเป็นความฝัน ญาณสังหรณ์หรือลางบอกเหตุเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการทำความเข้าใจวิถีการดำเนินชีวิต โลกทัศน์ มุมมองความคิดและสัญญลักษณ์สมมติทั้งหลาย ดังนั้นจึงมีความพยายามตีความ แปลความหมายมายาภาพในฝันต่างๆกันเหล่านี้ อาทิเช่น ลูกฝันว่าหวีผมให้พ่อ หมายถึงการต่ออายุให้ หรือการฝันเห็นว่าตนเองกำลังกอบโกยสิ่งปฏิกูลขึ้นมาหอบเอาไว้ หมายถึงการได้ลาภ เป็นต้น

โดยวิธีบันทึกจดสถิติการฝันและผลลัพธ์ของแต่ละลักษณะที่เหมือนหรือต่างกัน ความถี่ของเรื่องที่เราหลับฝันเห็น ได้ยินหรือรู้สึกสัมผัสจับต้องได้ในฝัน เทียบกับผลที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ซึ่งนี่ พอจะช่วยให้เราคาดการณ์อะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้เอง วิธีการดังกล่าว เป็นการเข้าถึงความฝันขณะกำลังตื่นรู้ มีสำนึกอยู่กับความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน คือกุญแจที่จะไขประตูภาพมายาที่ปรากฎขึ้นมาให้เราเห็นและหลงเชื่อว่าจริงในฝัน

ซึ่งปาปริก้าในการ์ตูนก็เป็นกุญแจตัวช่วยสำคัญเวลาผู้คนสูญเสียสำนึกรู้ตามความเป็นจริง คนเหล่านั้นเคยชินที่จะเลือกการจมปลักอยู่ในภาพฝันมากกว่ารับรู้ความเป็นจริงที่อยู่ต่อหน้าต่อตาเรา อย่างไรก็ตามสิ่งที่ปาปริก้าทำก็เป็นแค่การเข้ามาช่วยกระตุกฝัน หรือเขย่าอาการรับรู้ให้กลับมาสู่การเผชิญความจริง หรือจะเรียกว่าให้ “รู้สึกเอะใจ” แต่ถ้าหากเราไม่ยอมใช้ลูกกุญแจไขข้อข้องติดในใจเราเอง ความเป็นจริงที่ปรากฎขึ้นมาให้รับรู้ ก็คงจะถูกรู้ไม่ได้ นั่นก็คือ ยังฝันกันต่อไป

เมื่ออัทสึโกะเห็นปาปริก้ามาปรากฎอยู่ตรงหน้า เหมือนโลกคู่ขนานระหว่างความฝันกับความจริงมาบรรจบพบกัน อัทสึโกะไม่ได้เป็นปาปริก้าในฝันของใครอื่นใดอีกแล้ว แต่มันกลายเป็น สภาวะการจ๊ะเอ๋กับตัวเอง ปรากฎการณ์นี้ทำให้อัทสึโกะประหลาดใจอย่างมากเพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เธอเพิ่งจะได้เจอกับปาปริก้า(ตัวช่วยหรือตัวรู้)ซึ่งๆหน้า สภาวะเช่นนี้ เป็นประสบการณ์หยั่งรู้ในตัวตนเอง แม้อัทสึโกะจะออกคำสั่งให้ปาปริก้าทำตาม แทนที่ปาปริก้าจะยอม กลับย้อนอัทสึโกะให้ฉุกใจตัวเองขึ้นมา เมื่อปาปริก้าบอกให้อัทสึโกะ “ปล่อยเจ้าอ้วนโทคิตะนั่นไปเถอะน่า” อัทสึโกะ(ความเป็นเรา)ก็เลยถูกมองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่ง คือรู้ใจตัวเอง

ในชีวิตจริง แม้โดยมิต้องหลับฝันถึง เราก็สามารถเจอปาปริก้าอย่างซึ่งๆหน้าได้เช่นกัน ปาปริก้ามาทำให้เราฉุกใจเห็นสภาวะจิตใจของตนเอง อารมณ์ความรู้สึก อาการแปรเปลี่ยนขึ้นลง ไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือช่วยฝันอย่างดีซีมินิก็ได้ อีกทั้งไม่มีความจำเป็นต้องควานหาญาณสังหรณ์หรือลางบอกเหตุอันใดเลย เพราะในขณะที่เราปฏิสัมพันธ์กับโลกแวดล้อมผ่านทวารการรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ลูกกุญแจปาปริก้าดอกนี้ก็ได้ไขประตูเข้ามาแล้ว เพียงเราเอาใจใส่กายกับใจตนเองสักหน่อย สังเกตุสภาวะอาการและอารมณ์ต่างๆที่จรมาหลังจากกระทบถูกสักนิด มิใช่มัวแต่ใจลอยฝันกลางวันไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นลูกกุญแจดอกนี้ได้ด้วยตนเอง

ณ เวลานั้นนั่นแหละ ประตูที่ปิดกั้นความจริงจะถูกเปิดออกให้ใจเห็นจิตที่คลอเคลียอยู่กับโลกสมมติ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมันคือภาพฝันที่เราคิดไปเองว่าเป็นของจริง เมื่อหมั่นเพียรไขประตูใจให้บ่อยๆ มายาภาพในฝันก็จะหลอกลวงใจไม่ได้อีกต่อไป เพราะรู้สึกตัวอยู่เสมอ จึงเห็นจิตตนเองมาปรากฎต่อหน้าต่อตาเรา ที่ปาปริก้าพูดว่า “อัทสึโกะกำลังฝันไป” ตอนท้ายๆของเรื่องไงล่ะ

อัทสึโกะฝันดี

เขียนโดย Iechyd Da

สารโกมล มกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ปีที่ ๒๖

รูปปกภาษาญี่ปุ่น มาจากเวป http://www.moviepostershop.com/paprika-movie-poster-2006

รูปยาสุทากะ ทสึทสึอี มาจากเวป http://www.moviexclusive.com/cd/paprika%20dvd.htm

รูปปาปริก้าถือดีซีมินิ มาจากเวป http://dc-mini.tumblr.com/about

ปักหมุดผีเสื้อปาปริก้า มาจากเวป http://topthedailynews.blogspot.com/2011/09/papurika-2006.html

อัทสึโกะในร่างปาปริก้า มาจากเวป http://weheartit.com/entry/319576

ปาปริก้าตกมาจากฟ้า http://cinecarcara.blogspot.com/2012/09/mostra-dos-sonhos.html

ภาพถ้ดมา ปาปริก้า บินมา เล่นลม http://gifake.net/post/1357855142/paprika-2006

อัทสึโกะกำลังฝันไป ๔ ภาพท้ายบทความ มาจากเวป http://quietbubble.wordpress.com/2008/02/29/the-look-of-lov/

อัทสึโกะฝันดี ภาพล่างสุด มาจากเวป http://www.moviexclusive.com/cd/paprika%20dvd.htm

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s