คือเส้นสายชักใยชีวิต

(ภาพยนตร์หุ่นสายจากประเทศสวีเดนเรื่อง Strings)

จำได้ว่าเมื่อครั้งที่ได้ดูหนังเรื่อง”Being John Malkovich” ก็เคยรู้สึกฉงนสนเท่ห์เมื่อนายเคร็ก ชวาร์ทซ เชิดตัวหุ่นสาย(marionette)ให้เดินเหินแสดงอารมณ์ความรู้สึกราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆเลย แถมยังเข้าไปชักใยเชิดจิตใต้สำนึกภายในตัวนายจอห์น มัลโควิชให้กลายเป็นตัวเขาอีกทอดหนึ่ง จนกลายเป็นนายเคร็กชักใยชีวิตนายจอห์นแล้วนายจอห์นก็ไปแสดงการเชิดหุ่นสายบนเวที ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้อย่างที่นายเคร็กต้องการอยากจะเป็นอยากจะทำ

ไปๆมาๆทุกคนในหนังเรื่องนั้นก็เลยกลายเป็นเหมือนหุ่นที่ถูกคนอื่นเชิดและกำลังเชิดหุ่นตัวหนึ่งในเวลาเดียวกัน มันคงจะเป็นความรู้สึกประหลาดแน่ๆ ใช่ไหม? ถ้าเราเป็นตัวเราเองไม่ได้ เอาเป็นว่าคนอื่น หรือว่าสิ่งอื่นมานึกคิดแทนเราทั้งหมด สั่งให้เราทำ บงการชีวิตเรา เออ…มันคงดีนะ ถ้าชอบให้ทุกอย่างถูกกำหนดมาเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าแน่จริงล่ะก็ มาชักใยให้เรารู้สึกตัวได้ตามจริง มีสำนึกรู้ตัวภายใน มีสติจิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวสิ เท่าทันความอยากเป็นอยากได้อยากมี ได้อย่างนั้นใครจะไม่ชอบ ไม่รู้ ไอ้ตรงที่รู้ดีที่สุด คือรู้ตัวว่าเมื่อไหร่ไม่เป็นหุ่นสายถูกชักใย เมื่อไหร่เป็น ตรงนั้นแหละ

เพื่อนที่คณะหุ่นสายเสมาเล่าให้ฟังว่า ส่วนสำคัญมากๆของการเชิดหุ่นก็คือการเข้าไปรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตัวหุ่น ถ่ายเทส่วนของความเป็นเราอย่างที่หุ่นตัวนั้นเป็น เพื่อให้หุ่นสามารถทำท่าทำทางออกมาอย่างสมจริงดูราวกับหุ่นมีชีวิตได้ด้วยตัวตนเอง และเหตุที่อวัยวะปากของหุ่นสายส่วนใหญ่ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยได้ เราจึงต้องเป็นปากให้เสียงแสดงแทนตัวเขาไปด้วยพร้อมๆกัน ดังนั้น หากเรามองดูให้ดีๆหุ่นตัวที่เรากำลังเชิดอยู่นี้ เขาก็กำลังคิดนึกและขยับตัวเคลื่อนที่เคลื่อนไหว พูดจาเลียนเยี่ยงความเคยชินภายในของเราเฉกเช่นที่มันปรุงแต่งตัวเราให้คิดเป็นไปเองต่างๆนานา

๒.เส้นสายชักใยจากเบื้องบน

 

จากที่กล่าวมาข้างบนนั้น นั่นคือประสบการณ์ที่ใครบางคนอาจรู้สึกเข้าถึงได้ เป็นสาระสำคัญที่หนังเรื่อง “Being John Malkovich” นำเสนอใช่รึเปล่า? เมื่อความเป็นเรากำลังถูกเชิด รวมเข้ากับสิ่งที่แอบชักใยตัวเราอยู่ภายใน ทว่ามันคงต่างไปจากประสบการณ์สดๆร้อนๆในขณะที่ดูการแสดงละครหุ่นสายข้างๆเวทีอยู่บ้าง เพราะว่าส่วนประกอบต่างๆมากมายที่ชักใยบงการให้เราเห็นอยู่นั้น ทั้งคนชักสาย เส้นสาย ตลอดจนฉากแสงสีเสียงกำลังสะท้อนภาพตัวหุ่นสายข้างในเรา ว่า มันถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระทบกับปัจจัยภายในตัวเราเองที่กำลังก่อร่างสร้างตัวไปในเวลาที่แทบจะพร้อมๆกันเลย ในเวลานั้นเราอาจสัมผัสได้ถึงความเป็นตัวของตัวเองขึ้นมาอย่างฉับพลันทันใด ในอีกทางกลับกัน อาจคิดนึกแต่งเรื่องไปตามตัวละครบนเวทีก็เป็นได้ ซึ่งถ้ามาดูกันในแง่นี้ ภาพยนตร์หุ่นสายเรื่อง “Strings” ที่หมายถึง “เส้นสายแห่งชีวิต” ก็คงจะแสดงทัศนะในความเป็นจริงของเรื่องดังกล่าวได้อย่างสอดรับไม่ต่างกัน และมันมิใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ หากเราดูมันอย่างถี่ถ้วนมากพอ

หุ่นสายเรื่องStrings อินโทรเข้าเรื่องด้วยฉากเวทีการแสดงของผู้ชักใยมากมายหลายคน การขยับมือจับเส้นสายระโยงระยางเดินไปเดินมาบนนั่งร้าน ท่ามกลางหยดน้ำฝนเทียมปะพรมชุดคลุมร่าง เส้นสายที่พวกเขาขยับมือเคลื่อนไหวนำสายตาของเราลงมาสู่เบื้องล่าง ณ ที่ซึ่งตัวหุ่นผู้นำ กษัตริย์แห่งเฮบาลอนเขียนจดหมายลาตายทิ้งเอาไว้เพื่อบอกถึงความผิดพลาดในอดีตของตัวเอง คำสั่งเสียและคำเตือนสำหรับลูกทั้งสองฮัลและจินนา ท่ามกลางเสียงท้องฟ้าลั่นร้อง ครืนครืน และสายฝนตกกระหน่ำ แล้วเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มย้อนขึ้นสู่การรับรู้และการทำความเข้าใจความเป็นมาที่แท้จริงของเส้นสายแห่งชีวิตนี้

หลังจากการฆ่าตัวตายของกษัตริย์คาโร กับการสวมรอยสร้างเรื่องเท็จโดยนีโซ่(อาของฮัลและจินนา) ที่บอกว่าคาโรตายในน้ำมือของซาโรหัวหน้าเผ่าเซริธ เหตุการณ์นี้ชักนำให้ฮัลกับแม่ทัพเอริโต้ออกตามหาซาโรเพื่อแก้แค้นและนำสันติสุขกลับคืนมาสู่เมืองเฮบาลอน สันติสุขจะเกิดขึ้นได้จริงๆหรือ? จากนั้นชีวิตของตัวละครเหล่านี้ก็ดำเนินไปตามการสร้างเรื่องจากแผนที่วางเอาไว้โดยนีโซ่และกรั๊ก(อดีตแม่ทัพคู่ใจกษัตริย์คาโร) และการชักใยลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบน ทว่าสิ่งที่เป็นไปมักจะไม่ได้เป็นจริงเหมือนเช่นที่ใจอยากให้เป็น

ถึงฮัลกับเอริโต้จะเดินทางออกนอกเมืองเฮบาลอนไป แต่พวกเขาก็ไม่ได้ฆ่าซาโรอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เพราะระหว่างทางมีเหตุการณ์พลิกผันที่ทำให้พวกเขาทั้งสองไม่เหลือความไว้วางใจต่อกันอีก ฮัลสูญเสียศรัทธาต่อมิตรภาพระหว่างตัวเขากับเอริโต้ และรู้สึกหวั่นไหวไม่มั่นใจในตัวพ่อ(กษัตริย์คาโร)ที่เขาเคารพรัก หลังจากพบความจริงว่า เด็กและผู้หญิงชาวเซริธมากมายต้องสังเวยชีวิตไปในสงครามที่พ่อของเขามีส่วนในการก่อขึ้น สำหรับคนนอกเมืองทั่วๆไป พ่อของฮัลเป็นเพียงทรราชย์ผู้ชั่วร้าย มิใช่กษัตริย์ผู้มีสันติอันใดเลย ซึ่งความจริงเหล่านี้จินนา(น้องสาวของฮัล) ก็รู้ในช่วงเวลาเดียวกันกับฮัล ต่างกันแค่เพียงผู้เล่าเรื่องเลวร้ายนี้คือ กรั๊ก อดีตแม่ทัพผู้พิกลพิการจากสงครามในครั้งนั้นนั่นเอง

๓.จินนา น้องสาวฮัล

๔.เอริโต้สร้างลูกน้อยก่อนการกำเนิด

จินนาอยู่ที่ในเมืองเฮบาลอนไม่ได้ออกเดินทางเหมือนเช่นพี่ชาย แต่ประสบการณ์ที่เธอได้รับในการให้กำเนิดชีวิตน้อยๆ(ลูกของไอเกะกับเอริโต้)นั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มสำคัญแห่งการเข้าใจถึงสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก พี่กับน้อง กรั๊กกับพ่อของเธอ ทำให้ตัวเธอตระหนักถึงเส้นสายสัมพันธ์แห่งชีวิตนี้ขึ้นมา เธอจึงรับรู้และได้ยินเสียงดนตรีจากเส้นสายของเธอที่เชื่อมโยงถึงฮัล และรู้ว่าฮัลยังมีชีวิตอยู่ จินนาพบว่าอิสระที่แท้จริงเกิดขึ้นจากความรู้สึกที่สามารถเชื่อมโยงกับสรวงสวรรค์ และอิสรภาพที่แท้จริงมิใช่หมายถึงการเป็นผู้หญิงสำหรับใคร แต่มันคือการปลดเปลื้องพันธนาการจากเส้นสายแห่งชีวิตนี้ต่างหาก ดังที่ตัวเธอพยายามช่วยโอล่านกเฒ่าให้บินได้นั่นเอง

 

๕.ฮัลกับซีต้า

 

ซีต้าชี้ชวนให้ฮัลมองเส้นสายแห่งชีวิตของเขาเอง ท่านเห็นไหมว่าสายชีวิตของท่านไปสิ้นสุดที่ใด? ซีต้าบอกว่า ที่สิ้นสุดสายชีวิตของข้าคือจุดเริ่มของสายชีวิตท่าน ดังนั้นเมื่อท่านย้อนมองกลับไปถึงที่สิ้นสุดสายชีวิต มันก็คือจุดเริ่มสายชีวิตแห่งข้า และนั่นคือการเชื่อมต่อถึงกัน เมื่อมือของซีต้าเคลื่อนไหว ฮัลจึงรู้สึกไปถึงมือของเขาเช่นกัน เพราะเราต่างก็นำทางกันและกันด้วยรักอันเป็นพลังที่มีอยู่ในทุกชีวิต ทุกอณูในความเป็นเราคือหนึ่งเดียวกันกับของคนอื่นๆ เราจะรู้สึกและเข้าใจเส้นสายแห่งชีวิตที่ผูกพันกันอยู่นี้ เมื่อเรารู้จักเงยหน้ามองย้อนสายชีวิตที่มาเป็นเรากลับขึ้นไป(การทวนกระแสภายในใจ)

เมื่อฮัลต้องเปลี่ยนอะไหล่มือกับทาส หลังจากการฝึกต่อสู้กับเอริโต้ได้ทำให้สายเคลื่อนไหวมือของเขาขาดไป ทาสผู้สละอวัยวะแม้จะไม่ยินยอมแต่ต้องยอมเพื่อรักษาชีวิต ให้กับนายผู้ฉกฉวยอวัยวะเช่นฮัล ฮัลพบว่าเขาไม่อาจปล้นเอามือของผู้อื่นมาใช้โดยมิได้คำนึงถึงความต้องการของเจ้าของมือ และการได้รับประสบการณ์ชีวิตเยี่ยงทาสทำให้ฮัลกลับมาตระหนักต่อความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอีกครั้ง ฮัลให้คำสัญญาต่อเจ้าของมือว่าจะใช้มันเพื่อความดี และรับปากจินนาว่าจะทำตามที่พ่อต้องการคืออยู่ด้วยรักและสันติ

และเรื่องราวของเส้นสายแห่งชีวิต(Strings)ทั้งหมดนั่นก็มิใช่อะไรอื่นใดเลย นอกไปจากสายสัมพันธ์ที่ทั้งมองไม่เห็นและเห็นได้ไม่รู้จบอันเป็นเหตุที่มาของทุกๆชีวิต เป็นเส้นสายที่มีจุดสิ้นสุดและจุดเริ่มต้นในขณะเวลาหนึ่งๆ เมื่อเส้นสายที่ยึดมั่นตัวเราเลือนหายไปยังเบื้องบน มีเส้นสายจำนวนมากที่ลงมาชักใยชีวิตอื่นต่อไปอีก กลายเป็นสายชีวิตที่เกี่ยวพันกันและกัน

ในหนังบอกเราว่า หากเรารู้สึกถึงการเชื่อมโยงถึงกันของเส้นสายชักใยความสัมพันธ์ทั้งหลาย เราจึงจะเห็นธรรมชาติของสิ่งที่เป็นคู่ๆ ตามที่หนังหุ่นสายStringsแสดงให้ดู มือของทาสก็คือมือของนาย ที่ตั้งแห่งอะบากอสคือเมืองเฮบาลอน และตัวหุ่นสายกลายเป็นตัวคนผู้เชิดหุ่นเบื้องบน เมื่อเส้นสายของมือชักใยเบื้องบนโลดแล่นไป เส้นสายแห่งชีวิตนี้จะเตือนให้เราเห็นความสัมพันธ์ของกาย(ตัวหุ่น)กับใจ(ผู้ชักใย) ว่า ทั้งสองสิ่งนี้จะปรากฏขึ้นและจบลงไปตามจังหวะของเส้นสายที่ชักใยเช่นนี้เสมอ ในแต่ละขณะที่ตามรู้ตามดูหุ่นสายและผู้ชักใยในตัวเราเอง

เขียนโดย Iechyd Da
ลงสารโกมล เดือนไหน ปีไหนหว่า ลืมไปแล้ว ไม่ได้จดไว้

รูปปก รูปที่ ๒ และรูปที่ ๕ มาจาก http://asmodeox.blogspot.com/2009/12/strings-cuerdas-2004-avi-subtitulos.html

รูปที่ ๓ จินนา มาจาก http://www.siouxwire.com/2007/06/anders-rnnow-klarlunds-strings.html

รูปที่ ๔ เอริโต้กับลูกน้อย มาจาก http://www.fame.uk.com/Films-Completed/Strings/

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s