เมื่อ “คิริคู” เกิดขึ้น ความเป็นไท(ย) จักบังเกิดแก่เรา

 kirikou-et-la-sorciere

การ์ตูนภาษาฝรั่งเศส เรื่อง Kirikou Et La Sorciere (คิริคูกับแม่มด) ทำให้เราระลึกนึกถึงวัฒนธรรมประเพณีดีงามในอดีต และทิวทัศน์ลำธารแมกไม้สวยงามในชนบทของไทยอยู่มากทีเดียว เวลาที่หญิงอัฟริกันตำข้าวเป็นจังหวะจะโคน ฟังดูคล้ายคลึงกับเสียงครกกระเดื่องของคนอิสานบ้านเราจนแทบจะเป็นคีย์เดียวกันเลย กระทั่งดอกไม้ต้นไม้ดูไปแล้ว บางชนิดก็พอจะนับเป็นญาติสนิทกับไม้ผล ไม้ป่า ไม้ดอก ไม้ประดับไทยๆได้เหมือนกัน ทว่าความเหมือนกันบางอย่างกลับดลใจให้คิดถึงการ์ตูนเณรน้อยเจ้าปัญญาขึ้นมาตะหงิดๆ โดยเฉพาะตัวเอกของเราที่ชื่อ “คิริคู” ช่างซักช่างถามเหมือนกับ “เจ้าหนูจำไม” ซะเหลือเกิน แถมคำว่า “แม่” ในภาษาฝรั่งเศสยังเรียกเหมือนคนไทยอีกแน่ะ การ์ตูนน่าเอ็นดูเรื่องนี้จึงมีเสน่ห์น่าสนใจมากกว่าเป็นแค่เรื่องเล่าพื้นบ้านแฝงคติธรรมเพียงอย่างเดียว

นิทานพื้นบ้านอัฟริกันเรื่องนี้เล่าว่า ชีวิตชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งกำลังเกิดภาวะแร้นแค้นอย่างหนัก แหล่งน้ำจากภูเขาเหือดแห้งลง พืชพรรณธัญญาหารเหี่ยวเฉาเพาะปลูกไม่ได้ คิริคูทารกน้อยถือกำเนิดออกมาจากครรภ์มารดาด้วยตนเองในเวลานั้น เล่นน้ำล้างตัวจนกระจายหกทิ้งเสียเปล่า แม่จึงเตือนเขาทันที บอกว่า แม่มดคาราบาทำให้น้ำไม่มี พอคิริคูถามเสียงดังหาพ่อกับอา แม่ก็แจ้งข่าวร้ายทันใด ด้วยเสียงเรียบๆว่า ถูกแม่มดกิน เสียงคำถามของเด็กน้อยจึงค่อยๆแผ่วเบาลง ผู้เฒ่าในหมู่บ้านพร่ำสอนให้เด็กๆเชื่อฟัง บอกว่า ความไม่ดีไม่งามที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเราตอนนี้ เป็นฝีมือของแม่มดคาราบาทั้งสิ้น

คิริคู คลอดแล้วจ้า

คิริคูอยากช่วยน้าชายสู้กับแม่มด แต่น้าไม่เชื่อว่าเป็นหลานจริงๆ รูปร่างขนาดเล็กจ้อยอย่างกับทารกจะช่วยอะไรได้ จึงไล่เขากลับบ้านไป ทว่า ตามเนื้อเรื่องขนาดตัวของคิริคูกลับไม่ได้เป็นอุปสรรคอันใดเลย ซ่อนตัวอยู่ในหมวกก็ได้ สามารถมุดเข้าไปในท่อส่งน้ำ กระทั่งแปลงโฉมเป็นนกก็ยังแนบเนียน หลวงปู่ที่อยู่ในถ้ำยังชื่นชมคุณสมบัติข้อนี้ของเขา แถมให้คำสั่งสอนชี้แนะเพิ่มเติมอีกว่า ความไร้เดียงสาอันปราศจากมารยา พร้อมด้วยความระมัดระวัง มีความตื่นตัวและเป็นไทเท่านั้นแหละ จึงจะทำให้เจ้าต่อกรกับแม่มดคาราบาได้

แต่คุณวิเศษของคิริคูยังไม่หมดเท่านี้ เขายังมีความสามารถสำคัญอีกหลายอย่างคือ วิ่งเร็ว มีพละกำลัง คล่องแคล่ว มีไหวพริบปฏิภาณฉับไว เวลาวิ่งก็วิ่งได้เร็วจี๋ วิ่งไปช่วยเด็กคนอื่นๆบนเรือ วิ่งหนีเอาหมวกไปซ่อน แล้วทำหมวกปลอมจากใบไม้ เขาวิ่งวนรอบแท่งหินหนีหมู่ป่า เร็วซะจนขึ้นไปเหยียบหัวหมูตะกละตัวนั้นได้ ด้วยคุณลักษณะและคุณธรรมที่มีอยู่กับตัวเองจึงพลิกสถานการณ์จากร้ายให้กลายเป็นดีได้

run kirikou run

ความหาญกล้าบวกกับนิสัยชอบค้นหาความจริง ก็เป็นลักษณะพิเศษที่ช่วยทำให้ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด จนเข้าใจความจริงทั้งหมดได้ เมื่อทารกน้อยคิริคูถามแม่มด ว่า “ทำไม?ท่านถึงได้ดุร้ายนัก หือ” แม่มดตกใจถลึงตาใส่เขา บอกว่าถ้าอยากรู้มากนักล่ะก็ เอาไว้รอให้เจ้าโตมีเนื้อมีหนังสักหน่อย เจ้าก็จะรู้เอง ชาวบ้านได้ยินที่แม่มดพูด ก็ยิ่งพากันหวาดกลัว เชื่อว่าจะต้องมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นตามมาอีกแน่ๆ

เหตุใด?จิตใจแม่มดจึงเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดหนอ เหยียดหยามผู้หญิง(แม่มดเหนือกว่า สามารถเอาชนะผู้ชายได้) เกลียดชังผู้ชาย(กดขี่ผู้หญิงและรุมทำร้ายแม่มด) ไม่ชอบแม้กระทั่งเด็กๆ(เอาแต่เล่นไร้สาระไปวันๆ) เมื่อเราดูการ์ตูนเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะค่อยๆเข้าใจประเด็นเนื้อหาที่แท้จริงที่ Michel Ocelot ผู้กำกับต้องการบอก เป็นเพราะร่างกายป่วยไข้ แม่มดจึงป่วยใจ จิตใจที่มีแต่ความชิงชังรังเกียจผู้คน จึงปกป้องตัวเองด้วยการใช้อำนาจบังคับข่มขู่ ใช้เล่ห์กลสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ผิดพลาดเองของชาวบ้าน แล้วปล่อยให้ผู้คนเชื่อกันไป ลือกันไปจนเกรงกลัวกันไปเอง ตลอดจนมีหน่วยสอดแนมคอยดูความเคลื่อนไหวของชาวบ้าน จับตามองดูตลอดวันตลอดคืน 

มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อก็จริง แต่เดี๋ยวนี้มันได้กลายเป็นการสอดแนมอย่างเต็มรูปแบบภายใต้คำกล่าวอ้างของกระบวนการปกครองแบบประชาธิปไตย หากจะว่าไปแล้ว มันมีมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๔ ซะอีก และตอนนี้ก็ใช้กันอย่างแพร่หลายไปทั่วหัวระแหงทั่วโลก ทุกชีวิตในชุมชนหมู่บ้านล้วนถูกจับตาดู มีแต่คิริคูนักปุจฉาตั้งแต่เกิดเท่านั้น ที่แม่มดไม่สามารถครอบงำเขาด้วยความกลัวได้ จากการตั้งคำถามเบื้องต้นทำให้เขาเข้าใจเรื่องราวความเป็นมาได้ในระดับหนึ่ง เพียงพอสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่มากพอที่จะสะสางปัญหาทุกอย่างให้จบลงด้วยดีได้เลย เพราะคิริคูยังไม่เข้าใจจนทะลุปรุโปร่งนั่นเอง

ความเกรงกลัว ความหวาดระแวงของชาวบ้านยังคงมีอยู่ และจะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจอีกมากให้เขาสืบสาวค้นหาความจริงต่อไป คิริคูไม่เคยอับจนคำถามหรือรู้สึกย่อท้อต่ออุปสรรค เขาเดินทางไปหาหลวงปู่ผู้ซึ่งบำเพ็ญฌานอยู่ภายในภูเขาต้องห้าม เพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้รับรู้มา ตามคำแนะนำของแม่ผู้ไม่เคยแสดงอาการสะดุ้งสะเทือนต่อการเปลี่ยนแปลงอันหาความแน่นอนมิได้

ร้องเล่นเต้นรำ สรรเสริญคิริคู

ในตอนหนึ่ง เด็กโตเต้นรำร้องเพลงสรรเสริญคุณลักษณะพิเศษของคิริคู ว่า “ตัวก็ไม่ใหญ่ไม่โต หัวก็ล้าน คิริคูตัวน้อย มีกำลังดี” พอร้องจบ ยายเฒ่าจึงเอ่ยขึ้นว่า “คิริคูรอบรู้นะ ถ้าเชื่อตามที่เขาพูด แม่มดจะกินพวกเธอไม่ได้” คำร้องกับคำพูดดังกล่าวบอกเป็นนัยว่า เด็กโตจะอย่างไรก็ต้องพึ่งพาคิริคูนะ ถึงจะเห็นเขาตัวเล็กกระจ้อยร่อย แต่การรู้จักซักถามและแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองนั้น นั่นแหละที่ทำให้เขารอบรู้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นที่หมายถึง ปัญญา พอลองหาคำแปลของชื่อ “คิริคู” ในกูเกิ้ล กลับไม่มีใครนิยามความหมายแต่อย่างใด ในตำนานหรือเรื่องเล่าชาวอัฟริกันท้องถิ่นก็มิได้อ้างอิงที่มา รู้เพียงแต่ว่าเป็นนิทานเล่าสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น หากดูที่คุณธรรมเด่นๆของคิริคู ความหมายว่า “ปัญญา” นี่แหละใกล้เคียงที่สุด ในภาษาของชาวอัฟริกันในอดีตอาจหมายถึง ปัญญาก็เป็นได้ใครจะรู้!!

ปัญญาคือ ความรอบรู้ รู้ทั่ว เข้าใจและรู้ซึ้ง คิริคูเริ่มเรียนรู้จากการถามไถ่แม่ จนกลายเป็นซักถามเพื่อสืบสาวหาความจริง จากนั้นจึงใคร่ครวญ คิดพิจารณาหาเหตุผล(ใช้สุตมยปัญญากับจินตามยปัญญา) ด้วยปัญญาแม้เพียงน้อยนิด(คิริคูตัวเล็ก)ยังสามารถทะลุทะลวงเข้าไปถึงต้นน้ำธรรมชาติใจกลางภูเขาได้(ย้อนเข้าไปสู่ต้นตอ) ปัญญามองเห็นอันตรายของการหลงใหลความสวยงาม และความมัวเมาในความสนุกสนานรื่นเริงอย่างเด็กๆ แม้กระทั่งในยามออกรบสู้ศึก นักรบผู้เชี่ยวชาญพร้อมอาวุธและพละกำลังก็ยังต้องใช้ปัญญา คือมีคิริคูติดหมวกไปด้วย

เมื่อคิริคูซักถามหลวงปู่ ท่านจึงชี้แนะวิธีแก้ปัญหาของหมู่บ้าน ซึ่งมีเพียงหนทางเดียวคือ ให้ใช้ปากของเจ้ากัดหนามแหลมให้แน่นไม่ปล่อย ที่มันแทงอยู่กลางหลังแม่มด(กัดไม่ปล่อย) แล้วดึงออกมาให้เร็วที่สุด คิริคูจึงตั้งปณิธานว่า “ข้าจะเอาหนามเสียดแทงแม่มดคาราบาออกให้จงได้ หรือไม่ก็ตายไปซะเลย” เพราะว่าหนามแหลมที่ทิ่มอยู่ตรงกลางหลังแม่มด คือต้นตอของความทุกข์ หลวงปู่เล่าว่าความเป็นแม่มดถูกสร้างขึ้นมาจากความไม่รู้(อวิชชา) ผู้คนมากมายพากันทำให้มีแม่มดขึ้นมาเอง ใช้แม่มดเพื่อแสวงหาอำนาจ มีอำนาจเหนือคนอื่นๆ และฉกฉวยเอาทุกสิ่งทุกอย่างไป 

ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างแม่มดกลับกลายเป็นการทำลายหมู่บ้านตนเอง เพราะหนามเสียดแทงอันนี้สร้างความเจ็บปวดทุกข์ทรมานให้กับแม่มดอย่างยิ่ง เธอจึงแสดงความเกรี้ยวกราดโหดร้ายกลับคืนต่อผู้คนที่พากันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อตัวเธอ เมื่อชาวบ้านผู้ชายหายตัวไปเรื่อยๆ เหลือแต่เด็ก ผู้หญิงและคนชรา ใครเล่าจะสามารถถ่ายถอนพิษจากหนามแหลมเล่มนี้ เพราะลำพังจะอาศัยตัวแม่มดผู้เดียวคงไม่สามารถถอนมันออกได้เลย

แม่มดคาราบาผู้นี้มีความหมายเชิงสัญญลักษณ์อยู่อย่างน้อย ๒ความหมายด้วยกัน อันแรกหมายถึง ธรรมชาติที่ถูกทำลายโดยน้ำมือมนุษย์ เมื่อมนุษย์ตักตวงหาประโยชน์จากธรรมชาติจนเกินพอดี ธรรมชาติจึงให้ผลสะท้อนกลับคืน เป็นภัยแล้ง ความอดอยาก ความยากจน หญิงชาวบ้านจำต้องอดทนอยู่บ้านดูแลลูก กับคนเฒ่าคนแก่ ในขณะที่ผู้ชายออกไปต่อกรสู้รบกับธรรมชาติที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว และสุดท้ายก็กลายเป็นจักรยนต์กลไกกลับมาเบียดเบียนทำร้ายผู้คนที่เขารัก ครอบครัว ชุมชนและหมู่บ้านของตนเอง

ส่วนความหมายที่สอง คือ “จิตใจที่ถูกกักขัง” ตกอยู่ใต้อำนาจของตัณหา เป็นจิตที่ขุ่นมัวด้วยความโลภ โกรธ หลง ตามการปลูกฝัง(ทิ่มด้วยหนาม)ความอยากได้อยากมีของผู้คนที่ช่วยกันสร้างเธอ

เธอไม่รู้จักปัญญาตัวน้อยอันบริสุทธิ์(คิริคู) แค่เห็นทีแรกก็ตกใจ และไม่รู้ว่าจะจัดการกับคิริคูยังไงดี เธอไม่ใส่ใจแม่ของคิริคู(สัมมาสติ)หญิงชาวบ้านธรรมดา เมื่อคิริคูใช้แม่เป็นสตินำทางโดยวิธีเกาะชายผ้านุ่งแม่เอาไว้ แล้วปล่อยให้แกว่งไกวสลับซ้ายขวาตามจังหวะการเดิน แม่มดจึงจับคิริคูไม่ได้ ทั้งๆที่เธอต้องการจับตัวปัญญา(คิริคู)ให้ได้ เป็นเพราะแม่สติผู้เดียวนี่แหละที่ทำให้ปัญญาเกิดได้ แม่เล่าถึงสถานที่ๆคิริคูจะได้พบ ตรงสิ้นสุดทางเดินจะมีหินก้อนใหญ่ ตรงนั้นเจ้าจะเจอจอมปลวกสีแดงใหญ่มีประตู มันจะเปิดออกก็ต่อเมื่อเจ้าควรค่าแก่การเข้าไปคือ มีศีลนั่นเอง

เจ้าหมูเลี้ยวซ้าย เอ้า..เลี้ยวขวา

ในการ์ตูน ระหว่างเดินทาง คิริคูสยบหมู่ป่าหิวโหยให้วิ่งวกวนชนตอไม้ จนหลงทิศหลงทาง(ทุศีล) กระทั่งสามารถใช้มันเป็นพาหนะนำเขาไปยังทิศทางที่ถูกต้องได้ เมื่อคิริคูพบหลวงปู่ เขาระดมคำถามมากมายที่มีรากเหง้ามาจากความไม่รู้จนเข้าถึงปัญญาตัวสำคัญ(ภาวนามยปัญญา) หลวงปู่บอกว่า “ทำไม?” นี่แหละที่ทำให้เรากลับมาสนใจกำเนิดโลก เหนือยิ่งไปกว่านั้น คือรู้จักเจ้าคิริคู เมื่อรู้แล้วเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเอ่ยถึงเรื่องแม่มดคาราบา(ความทุกข์ใจ)อะไรอีกเลย 

ในสังคมที่ปราศจากปัญญา หรือสังคมที่ประกอบด้วยความไม่รู้อันมีความกลัวความหวาดระแวงซุกซ่อนบงการอยู่เบื้องหลัง ผลักดันให้เราทำสิ่งต่างๆลงไปโดยปราศจากการไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงบ้าง ตามจริงบ้าง ก็ว่ากันไปตามเหตุผลที่แล้วแต่ใครจะยกมาอ้าง ไม่ว่าจะเป็นเสรีภาพ เรื่องความมั่นคงความปลอดภัย ทั้งหมดนั่นก็เพื่อสร้างความชอบธรรมในสิ่งที่เราจะทำ กำลังทำอยู่ หรือว่าได้ลงมือทำไปแล้วเท่านั้นเอง ลองนึกดูสิว่าในสังคมสงบสุขเป็นปรกติ แม้แต่ ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจของเราที่ใช้มันอยู่ทุกวี่ทุกวัน บางทียังแปรผลลัพธ์ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงอยู่ตั้งมากมายหลายครั้ง จนทำให้เราตัดสินใจกระทำบางสิ่งบางอย่างไม่สอดคล้องต่อสถานการณ์นั้นๆเลย หลายคนโชคดีหน่อย ที่รู้จักยับยั้งชั่งใจก่อนลงมือทำสิ่งใด แต่อีกมากก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เขาหรือเธอหุนหันพลันแล่นกระทำการโดยขาดการยั้งคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ความประมาทเลินเล่อเพียงน้อยนิด อาจทำให้เราตายหรือเป็นก็ย่อมได้ เรือที่จอดแน่นิ่งยังทำให้เราจมน้ำได้ ของที่เห็นว่าสวยว่างามอาจแฝงพิษภัยร้ายกาจมาด้วย มิพักต้องไปกล่าวถึงความพยายามสอดแนมเรื่องราวของผู้อื่น แม้ว่าเครื่องมือจะมีความละเอียดซับซ้อนเพียงใดก็ตาม มันก็เป็นแค่วัตถุอุปกรณ์ที่เราจำต้องใช้ให้เป็นใช้อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม มิใช่มาสนองตอบความเห็นความเชื่อผิดๆ ที่คิดจะทำลายคู่อริฝ่ายตรงข้ามโดยไม่รู้จักหันกลับมาดูตนเองบ้างเลย กลไกทั้งหมดนั่น อาจลวงหลอกเราเสียยิ่งกว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของตัวมนุษย์เองซะอีก เพราะใจเรามันพร้อมที่จะเชื่อในอุปกรณ์เทคโนโลยีพวกนี้อยู่แล้ว

a kiss of freedom

การ์ตูนเรื่องนี้สอนให้เรารู้จักมองดูความกลัว และเห็นมันเกิดขึ้นในแต่ละครั้ง เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกกลัวนี้อย่างซื่อตรง รู้จักเอาชนะมันจากการพิจารณาใคร่ครวญด้วยปัญญา และใช้ความหาญกล้าให้ถูกทิศถูกทาง(มีศีล) ตลอดจนมีสติไม่เบียดเบียนคิดร้ายต่อผู้อื่นชีวิตอื่น เราจึงเป็นไทเพราะหลุดพ้นจากอำนาจอันไม่ชอบธรรม(ความเป็นแม่มด)เสียได้ จิตใจคาราบาก็เป็นอิสระคือ

ดอกใบผลิบานเขียวชอุ่ม ไม่แห้งแล้งอีกต่อไป เพราะปราศจากหนามเสียดแทงให้ใจทุกข์ร้อน ปัญญาคิริคูจึงเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ ซึ่งตรงกับคำว่า “ไทย” ที่แปลว่าอิสรภาพ เสรีภาพ หรืออีกความหมายคือ ใหญ่ หรือยิ่งใหญ่ ดังในบทส่งท้ายของเรื่องนั่นเอง

เขียนโดย ญาเฮ ดา(Iechyd Da)
สารโกมล เดือนกันยายน – ตุลาคม ๒๕๔๘ ปีที่ ๒๓

ภาพปกบนสุดนำมาจาก http://bengale.afindia.org/cine-club-kirikou-et-la-sorciere/

คิริคู คลอดเอาเอง http://www.toutlecine.com/images/tag/0007/00076376-mere-et-enfant.html

ร้องเพลงเต้นรำ สรรเสริญคิริคู http://www.toutlecine.com/images/film/0007/00076383-kirikou-et-la-sorciere.html

หมูป่าเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา http://www.commeaucinema.com/tournage/kirikou-sera-a-l-honneur-d-un-troisieme-long-metrage,185717

ภาพที่สาม วิ่งคิริคูวิ่ง และภาพสุดท้าย คิริคูอยากโต http://bewareofmpreg.tumblr.com/page/5

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s