พบหน้าความตาย

P1060338

เราทุกคนล้วนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของชีวิต มันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเพราะเราไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการเกิดและการตายอย่างไร เราไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับคนที่กำลังจะตายแบบไหน พอๆกับที่ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติต่อตัวเราเองอย่างไร วันนี้ข้าพเจ้าอยากจะแนะนำสัก ๒-๓วิธี

วิธีแรก คือ เราต้องทำความเข้าใจความทุกข์ของมนุษย์ให้ลึกซึ้ง ความทุกข์และความเจ็บปวดไม่เคยห่างหายไปไหน ถึงแม้คุณจะบรรลุธรรม หรือถึงคุณจะเป็นพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ หรือนักบุญ ความทุกข์และความเจ็บปวดไม่เคยจากไป ยิ่งความเป็นพระโพธิสัตว์มีในตัวมากเท่าไหร่ ยิ่งจะต้องเห็นแรงกระเพื่อมแห่งความทุกข์อันละเอียดอ่อนที่มาจากก้นบึ้งแห่งหัวใจมากเท่านั้น

มีความเชื่อว่า เมื่อคุณเป็นนักบวชนิกายเซน จะตายได้อย่างสุขสงบ หรือตายไปในท่านั่ง  แต่กระนั้นก็ดี ข้าพเจ้าคิดว่า หากพูดให้แน่ชัดลงไปแล้วไม่มีวิธีตายที่แน่นอนหรอก คุณมีอิสระที่จะตายในท่าใดก็ได้ คุณอาจมีความคิดว่าจะตายอย่างไร หรือมีมโนภาพว่าความตายอย่างเป็นสุขนั้นเป็นอย่างไร แต่ไม่มีหลักประกันใดๆ ในยามที่คุณต้องเผชิญเข้ากับความตายจริงๆ ไม่มีเครื่องรับรอง ณ ชั่วเวลานั้นคงไม่เหลือที่ว่างให้คุณดูความตายด้วยใจที่เป็นกลาง เพราะว่าคุณอยู่ที่นั่นแล้วจริงๆ คุณต้องตื่นรู้ในยามนั้น คุณยังต้องทำความเข้าใจว่าจะอยู่ในแต่ละขณะได้อย่างไร มันไม่ง่ายเลยสำหรับเรา

เมื่อคุณกำลังเผชิญความตายจริงๆ คุณอาจประพันธ์กวีสักบท ถ่ายทอดความตายออกมาเป็นบทกวี เป็นเสียงกรีดร้องอันไพเราะ มันสวยงามและประทับใจเรา แต่มันก็ยังเป็น เสียงกรีดร้องอยู่นั่นเอง อันว่าความทุกข์โศกของมนุษย์มีอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นสิ่งที่คุณพยายามสร้างหรือพยายามลบ โดยเฉพาะชั่วขณะสุดท้าย ความทุกข์ที่ฝังลึกจะปรากฏขึ้นจริงและเด่นชัด นั้นจึงเป็นเหตุว่าทำไมจึงยากนักที่ต้องอยู่กับความทุกข์

มีอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนมากมายในบุคคลที่กำลังจะตาย การมีอารมณ์ความรู้สึกอ่อนไหว สิ้นหวัง คับแค้นใจ และโกรธเกรี้ยว อันนี้เป็นเรื่องปกติ ถึงที่สุดแล้วทุกคนจะมาถึงจุดที่ต้องยอมแพ้อย่างสิ้นเชิง และตระหนักในที่สุดว่า ไม่มีหนทางต่อ อีกทั้งไม่มีอะไรให้ยึดฉวยได้

แม้ตัวคุณเองจะพูดว่า ฉันพร้อมที่จะตาย แต่คงไม่ได้เป็นหลักประกันว่า คุณจะทำเช่นนั้นได้เมื่อความตายมาเยือน คุณอาจจะดิ้นทุรนทุรายและกรีดร้อง “ช่วยด้วย!” ก็เป็นไปได้

มีนักเรียนเซนคนหนึ่งถามอาจารย์ว่า “อาจารย์คิดอย่างไร ขณะกำลังจะตาย

อาจารย์เซนท่านนั้นตอบว่า “ฉันไม่อยากตาย

มันเป็นคำตอบที่ลูกศิษย์หลายคนไม่ได้คาดคิดว่าจะได้ยิน เพราะพวกเขาเชื่อว่าท่านเป็นอาจารย์เซนผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขาหวังให้อาจารย์ตอบว่า “ฉันยินดีที่จะตาย” ข้าพเจ้าไม่คิดว่าความตายเป็นที่น่ายินดีนักหรอก คุณรู้ไหม อาจารย์เซนท่านนั้น ซื่อตรงมากต่อความตาย ท่านหาเรื่องบอก เพื่อให้เข้าใจความเจ็บปวดและความทุกข์ให้ลึกซึ้ง หาไม่แล้วคุณจะไม่สามารถเผชิญกับมันได้เลย

thai sakura

วิธีที่สอง ข้าพเจ้าอยากจะบอกให้ คุณควรมีความรู้สึกร่วมเคียงกันไปกับเขา(ผู้ใกล้ตาย) เมื่อคุณคิดถึงความตาย พิจารณาทัศนะของคุณเกี่ยวกับความตาย คุณจะรู้สึกถึงการแบ่งแยกบางอย่าง แต่นั่นเป็นเพียงความคิด ในแง่ปรมัตถ์แล้วการแบ่งแยกไม่มี คุณและผู้ที่กำลังจะตายนั้นเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม คุณจึงต้องอยู่ที่นั่นเพื่อดูแลเขาหรือเธอ หากเขาต้องการน้ำสักแก้วคุณสามารถให้เขาได้ คุณสามารถทำให้ได้เลย

มีคนผู้หนึ่งกำลังจะตาย เขาต้องการพบอาจารย์เซนชื่ออิคคิว เพื่อถามท่านอิคคิวว่า “ฉันกำลังจะตายหรือ?” ท่านอิคคิวตอบว่า “วาระสุดท้ายใกล้เข้ามาแล้ว ฉันกำลังจะตาย คนอื่นก็กำลังจะตาย” นี้เป็นสิ่งสำคัญมาก แต่อาจารย์เซนอิคคิวกล่าวราวกับว่าเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญอันใดเลย ทำให้คนผู้นั้นรู้สึกสบายใจ อีกทั้งยังสามารถร่วมทุกข์กับคนอื่นได้ ผู้ที่กำลังจะตายสามารถร่วมทุกข์กับเราได้ เราเองก็สามารถร่วมทุกข์กับเขาได้

คุณกำลังจะตาย ฉันก็กำลังจะตายเช่นกัน และคนอื่นๆก็กำลังจะตาย คำพูดของอิคคิวอาจารย์เซนมาจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความทุกข์ในมนุษย์ เมื่อเขาหรือเธอมาถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

คุณสามารถให้เขามาร่วมอยู่ร่วมตายกับคุณได้ นี้เป็นสาเหตุว่า ทำไมข้าพเจ้าจึงพูดบอกให้ คุณควรรู้สึกร่วมเคียงข้างไปกับเขา และนี่เป็นการฝึกฝน ลองจับมือทั้งสองข้าง นวดหลัง ยื่นน้ำให้สักแก้ว หรือเพียงแค่อยู่ที่นั่นกับเขาหรือเธอ นี่เป็นการปฏิบัติเพื่อรู้สึกร่วมเคียงกันไปกับเขา เพียงหัวใจคุณเต็มไปด้วยไมตรีจิตและความเห็นอกเห็นใจ แม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรเลย ท่าทางอันเป็นธรรมชาติของคุณจะส่งผลต่อคนๆนั้น อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกอันเป็นธรรมชาตินี้คงไม่สามารถทำให้ขึ้นมาได้ในเวลาอันสั้น คุณจึงควรจะฝึกฝนสิ่งนี้ทุกวัน นี่เป็นเหตุว่า ทำไมข้าพเจ้าจึงให้ความสำคัญกับชีวิตประจำวันเสมอ ถึงแม้ว่าคุณไม่ชอบก็ตามที ทว่าคุณต้องลงมือทำ ให้ความใส่ใจมนุษย์ทุกคนด้วยความกรุณาถึงแม้ว่าจะไม่ชอบเขาหรือเธอเลย

ในแต่ละวันนั้น มีสิ่งเล็กๆน้อยๆมากมายในชีวิตที่เราสามารถทำได้ แม้ว่ามันดูเหมือนไม่สลักสำคัญ การฝึกฝนวันต่อวันสำคัญมากสำหรับเรา และจะส่งผลต่อชีวิตจริงทำให้เราเติบโตขึ้น

วิธีที่สาม ที่ข้าพเจ้าอยากพูดคือ เราควรจะอยู่ในโลกแห่งความเป็นหนึ่งอยู่เสมอ ความเข้าใจโลกตามวิถีแบบพุทธต่างจากความเข้าใจโลกของคนทั่วๆไปอยู่สักหน่อย ตามความเข้าใจของคนทั่วไป ความรู้จะเกิดขึ้นได้จากการที่เราแบ่งแยกสิ่งต่างๆในโลกออกจากกัน แล้วจัดเข้าหมวดหมู่ แต่ในทางพุทธศาสนา ก่อนที่เราจะแบ่งแยกเป็น ต้นไม้ ก้อนกรวด ภูเขา แม่น้ำ มหาสมุทร ท้องฟ้า สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ทั้งหมดแต่เดิมเป็นหนึ่งเดียวกัน

โดยสามัญสำนึกและความรู้ของมนุษย์ตามที่เราเข้าใจกันทั่วไป หากข้าพเจ้าบอกว่า “นี้คือสิ่งหนึ่ง” ในขณะนั้นอีกสิ่งหนึ่งจะถูกแยกออกทันทีจากสิ่งนั้น

ในทางพุทธ เราเข้าใจกันว่า หากข้าพเจ้ากล่าวว่า “นี้คือสิ่งหนึ่ง” นั่นหมายถึงข้าพเจ้าพร้อมที่จะยอมรับความเป็นหนึ่งเดียวโดยสมบูรณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม

สรรพสิ่งเป็นหนึ่งเดียวกันก่อนที่คุณจะเอาความคิดแยกส่วนมาใส่ในหัวคุณ ความเข้าใจโลกตามแนวแบบพุทธทำให้เห็นชัดว่า ไม่จำเป็นต้องมีความเห็นเกี่ยวกับชีวิตและความตาย นี่หมายความว่าเราไม่ควรจะมีแนวคิดว่า ความตายที่เป็นสุขนั้นเป็นอย่างไร เมื่อวาระสุดท้ายมาถึง บางคนอาจกำลังดิ้นทุรนทุรายและกรีดร้อง แต่อีกคนกำลังสวดวิงวอนต่อพระเป็นเจ้า อีกคนหนึ่งกำลังสวดพระนามของพระพุทธเจ้า อีกผู้หนึ่งกำลังแสดงความรู้สึกโกรธและเกลียดชังก็เป็นได้ ไม่เป็นไร ไม่ว่าคนเราจะตายแบบไหนก็ดีทั้งนั้น

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความรู้สึกนึกคิดของเราต่อความตายต่างหาก มันควรยืดหยุ่นโปร่งเบาไม่ว่าความตายจะเป็นแบบใด โลกแห่งความเป็นหนึ่งเดียวภายใต้จักรวาลนี้ เหนือกว่าความคิดของเราอย่างสิ้นเชิง เหนือดีเหนือชั่ว เหนือถูกเหนือผิด มันมิใช่อะไรเลยหากเป็นกระแสแห่งพลังงานอันไม่รู้จบ ทั้งหมดที่เราต้องทำก็คือ เผชิญความตายด้วยอาการปกติในวาระสุดท้าย นั่นจึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมวาระสุดท้ายจึงรวดเร็วนัก มันเป็นเช่นนั้นเอง เมื่อวาระสุดท้ายมาถึงคุณจึงไม่รู้ว่ามันมาแล้ว ทางพุทธเราเรียกสิ่งนี้ว่า ธรรมะหรือจักรวาลทั้งมวล

ควรเข้าใจว่า ความเป็นหนึ่งเดียวต้องการคุณ ธรรมะทั้งมวลต้องการคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม ความเป็นหนึ่งเดียวแสดงตัวต่อทุกคนอยู่แล้ว และมันต้องการคุณเสมอ เราจึงต้องปฏิบัติต่อมันและทำให้มันเป็นหนึ่งเดียวกับคุณ ชั่วขณะที่สิ่งทั้งมวลปรากฏขึ้นในชีวิต ซึ่งเรียกว่า “คิ” ในภาษาญี่ปุ่น โดยทั่วๆไปแปลว่างานอันเลื่อนไหล หรืออุปกรณ์ หรือโอกาสสำคัญที่แม้แต่เราเองก็ยังไม่เข้าใจ “คิ” ไม่มีคำแปลในภาษาอังกฤษ โอ้…ข้าพเจ้าจะบอกอย่างไรดีล่ะ คุณเคยดูภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง แม่มดสาวเจ้าเสน่ห์ไหม โอ…ข้าพเจ้าชอบมันจังเลย ผู้หญิงในเรื่องเป็นแม่มด เมื่อเธอต้องการทำบางสิ่ง เธอจะทำจมูกขยับแบบนี้ทุกครั้ง ในตอนนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกอยากจะบีบจมูกนั้นก่อนที่เธอจะขยับมัน ก่อนที่จมูกเริ่มขยับ ข้าพเจ้าจะหยิกมัน อันนี้เรียกว่า คิ!

เราต้องกลับมายังขณะแรกๆ ของการกระทำ เช่น ทำสมาธิ คำนับ ขยับจมูก เมื่อเรากลับมายังชั่วขณะแรก หากเราสามารถคว้ามันหรือฉวยมันได้ นั่นแหละคือ คิ ในชั่วเวลานั้นเองที่คุณจะประสบสัมผัสกับความเป็นหนึ่งหรือองค์รวม นี้เป็นการฝึกฝนที่ง่ายมากๆ อยู่พร้อมเราตรงนั้น แต่เรามักจะไม่ใส่ใจ ดังนั้นการฝึกทุกวันจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณต้องเกี่ยวข้องกับสรรพสิ่งทุกขณะ หลังจากนั้นสรรพสิ่งจะกลับมาหาคุณ เกื้อกูลชีวิตคุณ

คุณต้องการสรรพสิ่งและสรรพสิ่งก็ต้องการคุณ นี้เป็นการฝึกฝนของเรา เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องเผชิญต่อความตาย คุณควรจะกลับไปสู่ขณะแรกของความตาย โดเกน เชนจิ กล่าวว่า การเกิดและการตายนี้ คือชีวิตของพระพุทธเจ้า เราควรจะฝึกฝนเช่นนี้ครั้งแล้ว ครั้งเล่า เราควรจะกลับไปที่ต้นตอของชีวิตเราอันเงียบสงัดและยืนอยู่ที่นั่น เราควรจะกลับมายังโลกแห่งความเป็นหนึ่งเดียว และทำให้มันสว่างไสวขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกร่วมเคียงกันไปกับสรรพชีวิต และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความทุกข์ในมนุษย์

P1060266

ชื่อบทความแปลฉบับเดิม “เผชิญความตาย”

แปลและเรียบเรียงโดย ต้นกล้า จากเรื่อง Facing Death 

ในหนังสือ Ordinary Magic : everyday life as spiritual path

บรรณาธิการโดย John Welwood

จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ Shambhala

แปลลงในสานแสงอรุณ ฉบับที่ ๓๐ พฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๔๔

ภาพประกอบบทความโดย พระหาวนอน ศิษย์หลวงปู่หมอน

สองภาพถ่ายข้างบนนั่น บันทึกไว้ ณ วัดดอยปุย

ภาพถ่ายรูปที่สามด้านล่างนี่ บันทึกมาจากดอยอ่างขาง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s