ทานุกิ ชีวิตล่องหน ที่มีอยู่จริง

pompoko cover
“อ้อ! ที่ในทีวีเขาบอกว่า พวกทานุกิกับจิ้งจอกล่องหนไปจากบริเวณสถานที่ก่อสร้าง กรุณาช่วยหยุดให้ข่าวแบบนั้นได้มั๊ยครับ มันก็จริงอยู่ครับ ที่ทานุกิกับจิ้งจอกบางตัวล่องหนได้ แต่ยังมีพวกกระต่าย ตัววีเซิลและพวกเราอีกบางตัวที่ล่องหนไปไหนไม่ได้ซะด้วยสิ” ปอนคิจิบอกเราทิ้งท้ายก่อนไปร้องเล่นเต้นระบำสนุกกับเพื่อนๆทานุกิกลางสนามกอล์ฟยามค่ำคืน
จากหลักการฟิสิกส์พื้นฐานที่เรียนมาสมัยมัธยมปลายบอกว่า “สสารไม่มีวันสูญหาย มันอาจเปลี่ยนรูปได้แต่จะไม่หายไปหมด โดยไม่เหลือร่องรอยให้สืบค้น” ในการ์ตูนบอกว่า สัตว์ชั้นต่ำอย่างกิ้งก่าใช้การอำพรางตัวเปลี่ยนสีและรูปลักษณ์ตามสภาพแวดล้อม ส่วนหมาจิ้งจอก แมวบางชนิดและทานุกิเป็นพวกที่เรียนรู้ศิลปะชั้นสูงกว่า ทำให้สสารในตัวเองเปลี่ยนรูปได้ โดยอาศัยการรวมสมาธิของทั้งจิตและวิญญาณเพื่อปรับเปลี่ยนเซลล์ร่างกายทั้งหมดภายในเพียงชั่วอึดใจเดียว
นั่นมันคงดีสำหรับพวกที่แปลงร่างได้อย่างสมบูรณ์ใช่ไหม? แต่พวกที่แปลงได้บางส่วนนี่สิ เป็นมนุษย์มีหางบ้างล่ะ หรือมีหัวเป็นทานุกิแต่ตัวเป็นคนก็มี ถึงแม้จะมีท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นทานุกิ สมัยนี้ไม่เห็นจะเป็นเรื่องพิสดารอะไรสักหน่อย ดีซะอีก ทำให้เราสืบค้นได้ว่า ไอ้หมอนี่มันไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ ลำตัวแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทันตาเห็น เว้นไว้เฉพาะพวกที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร จำแลงแปลงกายไม่ได้เลย คงไม่ต้องสืบหาที่มาแต่อย่างใด เห็นอย่างที่มันเป็นอยู่แล้ว ส่วนพวกที่แปลงร่างได้สมบูรณ์ก็ใช่ว่าจะทำได้แนบเนียนซะทีเดียว ยามใดที่พวกมันเหนื่อยล้า บริเวณดวงตาจะปรากฏเป็นรอยดำๆให้เห็น เพราะฉะนั้น ถ้าเราเจอใครมีสีดำรอบดวงตาทั้งสองข้างล่ะก็  มนุษย์คนนั้นต้องเป็นทานุกิปลอมตัวมาแน่ๆ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
tumblr_ly9tsxygxm1qfwnieo1_400แต่ก่อนป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ชุมชนมนุษย์มีวิถีชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ เลี้ยงชีพด้วยการกสิกรรมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เวลาผ่านไปจำนวนประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้น ความต้องการปัจจัยพื้นฐานอย่างเช่น ที่อยู่อาศัยจึงมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว หากมองจากสายตาอันเป็นธรรมของเหล่าทานุกิแล้ว การก่อสร้างที่พักอาศัยแห่งใหม่นี้ เป็นสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่อันแสนสบายของพวกมันค่อยๆล่องหนหายไปพร้อมๆกับแหล่งอาหารอันน่าเอร็ดอร่อย การคืบคลานเข้ามาของสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ไม่เพียง ไม่สนใจการดำรงอยู่ของพวกมันเท่านั้น แต่ยังมาทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างทานุกิกับมนุษย์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาช้านานอีกด้วย
แรกเริ่มเดิมที เหล่าทานุกิเข้าใจไปเองว่า พวกต่างถิ่นบุกรุกแหล่งหากิน อาหารก็เลยหายากขึ้น กลายเป็นเหตุหาเรื่องให้ยกพวกตีกัน การปรากฏตัวตีกลองร้องบอกของคุณย่าโอโครุว่า ช่วยเตือนสติและให้พวกมันยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ อันที่จริงในการ์ตูนก็ไม่ได้มีตัวไหนหัวร้างข้างแตกหรือเสียเลือดเสียเนื้อสักหน่อย พอคุณย่าแกชี้ให้เจ้าพวกนี้ดูเนินเขาแบนๆสุดลูกหูลูกตาที่เหล่ามนุษย์เนรมิตขึ้น ทานุกิจึงเห็นความไม่ชอบมาพากลของเรื่องที่เกิดขึ้น ว่า ที่แท้เป็นฝีมือของไอ้พวกมนุษย์นั่นเอง และด้วยความเมตตาอนุเคราะห์ของหลวงพ่อทซึรุคาเมะ ทานุกิผู้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์(มีอยู่รูปเดียว) กับคุณย่าผู้รู้ตื้นลึกหนาบางเจ้าเก่า หลังจากปรึกษาหารือพร้อมกับกลุ่มแกนนำทานุกิทั้งสองฝ่ายแล้ว จึงได้ไอเดียเจ๋งๆ ก่อนที่จะทำการวิจัยแฮมเบอร์เกอร์ร่วมกันในลำดับต่อไป

ความคิดที่ว่านั่น ก็คือ ต่อจากนี้ไป เหล่าทานุกิจะต้องหยุดจับคู่ในฤดูผสมพันธุ์(เพราะอาหารขาดแคลน) แล้วมาเริ่มต้นร่ำเรียนศิลปะการแปลงร่างและศึกษาชีวิตกับพฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อเลียนแบบมนุษย์ เพราะหยั่งงี้นี่เอง โทรทัศน์ที่เอามาจากกองขยะ จึงกลายเป็นสื่อที่ดีที่สุด สำหรับการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากมนุษย์ ทำให้ชีวิตวันหนึ่งๆของพวกทานุกิหมดไปกับการดูทีวี(เหมือนใคร)

คุณย่าโอโครุว่าฝึกฝนให้ทานุกิแต่ละตัวรู้จักการแปลงกายไปทีละขั้น เริ่มจากเปลี่ยนเป็นสิ่งต่างๆ พยายามจดจำและเลียนแบบพฤติกรรมของสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ รูปปั้น สัตว์ป่า สัตว์ในตำนาน ภูตผีและอื่นๆอีกมากมาย ในอีกทางหนึ่ง หลวงพ่อทซึรุคาเมะก็ช่วยสอนและเตือนสติให้เหล่านักแปลงร่าง มีไหวพริบเท่าทันมนุษย์มากขึ้น

การที่เราพยายามเรียนรู้และเลียนแบบสิ่งต่างๆเพื่อหลอกให้มนุษย์หลงเชื่อเท่านั้น อย่าได้เข้าใจผิดล่ะ มัวแต่สนใจสิ่งที่คนอื่นๆเขาทำ ทำตามที่เขาบอก มันคล้อยตามเขาไปได้ง่ายๆเลย รู้มั้ย ไม่รู้ตัวสักนิดเลยว่ามันเท็จจริงแค่ไหน อย่างไร อย่าลืมสิว่า ทานุกิอย่างเรา มันมีนิสัยง่ายๆสบายๆ ชอบล้อเล่นร้องรำทำเพลง พวกมนุษย์ก็เลยเข้าใจไปเองว่า ทานุกิเจ้าเล่ห์แสนกล แม้แต่ตัวเราก็ยังเชื่อเป็นจริงเป็นจังอยู่หยั่งงั้น

tumblr_m1cxjhpTuf1qbv8g6o1_500
แต่ถึงแม้จะเชื่อกันอย่างนั้นก็เหอะ พอได้ยินเสียงร้องชักชวนให้ออกมาเล่น “ทานุกิซัง ทานุกิซัง ออกมาเล่นกันเถอะ” พวกเราก็แทบจะอดใจไว้ไม่ไหว ร้องตามทันใด สำหรับมนุษย์แล้ว ไม่ได้เห็นทานุกิจริงๆหรอกนะ ทั้งหมดนั่น มันภาพและเสียงที่เราสร้างกันขึ้นมาเองทั้งนั้น จนเราหลงเชื่อไปเองว่า มนุษย์เขาเชื่อเราจริงๆ

ปกภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องปอมโปโกะ ภาพแรกบนสุดของบทความนี้ ที่มีหลวงพ่อทซึรุคาเมะชูกระดาษเขียนอักษรคันยิ แปลว่าฟื้นฟูศิลปะวิทยาการแปลงร่างและศึกษามนุษย์ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดข้างในนั้น ก็ไม่ได้หนีไปจากหน้าปกเลย การแปลงร่างเอาเยี่ยงเอาอย่าง กลายเป็นสิ่งต่างๆ สำหรับตัวทานุกิ ว่ากันตามอุปนิสัยแล้วเป็นเรื่องล้อเล่นเอาสนุกเสียมากกว่า นี่เป็นอัตลักษณ์ประจำตัวของทานุกิอยู่แล้ว ดังนั้น ยิ่งมนุษย์เชื่อมากเท่าไหร่ ทานุกิก็ยิ่งรู้สึกสนุกมากเท่านั้น สุดท้ายความสัมพันธ์ระหว่างกันเลยกลายเป็นว่า ทานุกิอยู่ไม่ได้จริง หากมนุษย์ไม่เห็นตัว หรือไม่เห็นว่า พวกมันมีอยู่จริง เรียกอีกอย่างคือ เป็นความสัมพันธ์แบบล่องหน ทั้งๆที่ ทานุกิล้อเล่นอยู่ใกล้ชิดล้อมรอบตัวมนุษย์ แต่มนุษย์เหล่านั้นกลับหารู้ไม่ เพราะเห็นเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวทานุกิ

คำพูดในย่อหน้าแรกของปอนคิจินั้น ได้บอกเราอย่างตรงไปตรงมาว่า มันก็จริงอยู่ว่า สิ่งที่เห็นนั้นมีอยู่ แต่มันไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่มองไม่เห็น(ล่องหนไปจากการรับรู้)นั้นไม่มีอยู่นะ เพราะว่าเราแปลงกายเลียนแบบทำตัวเป็นมนุษย์กันอยู่น่ะสิ เราจึงถูกกลืนเข้าไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพวกมนุษย์(แบ่งฝักแบ่งฝ่าย) พวกที่แปลงร่างได้มักจะใช้วิธีเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมือนมนุษย์แล้วดำเนินชีวิตไปตามสังคมกระแสหลัก เพื่อไม่ให้ใครเห็นความแตกต่างจึงต้องทำตัวให้กลมกลืนและล่องหนหายตัวไปกับบทบาทหน้าที่ในสังคม นี่เท่ากับ ปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นทานุกิ ส่วนพวกที่แปลงร่างไม่ได้อย่างผม(ปอนคิจิ) ไม่ได้หายไปไหนหรอกนะ จะมองเห็นพวกเราที่เหลืออยู่ได้ ต้องรู้จักสังเกตสังกาหน่อยครับ

บทความเรื่อง “อัตลักษณ์และสิทธิ” ของ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ (ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๑๒๓๐ ปีที่ ๒๔ วันที่ ๑๒ มี.ค. ๒๕๔๗) กล่าวเอาไว้ว่า กลุ่มคนไทยชายขอบอย่างเช่น คนสลัม ผู้หญิง ผู้ป่วยเอดส์ ฯลฯ ในปัจจุบันนี้ พยายามสร้างสำนึกร่วมหรือสร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาใหม่อย่างเป็นกลุ่มเป็นก้อนมากขึ้น ทั้งๆที่แต่ก่อน คนเหล่านี้ล้วนถูก “นับรวม” หรือถูกกลืนหายไปในแกนกลางของสังคม บางส่วนที่ถูกขจัดหรือกีดกันก็หันไปใช้วิธีแปลงตัวเอง แล้วมุดหลบเข้าไปไม่ให้ใครจับได้ นั่นคือการปฏิเสธความเป็นตัวเอง ปฏิเสธบรรพบุรุษ และปฏิเสธกิริยามารยาทหรือวิถีชีวิตที่เจ้าตัวถูกเลี้ยงดูมา ทว่า สำนึกอัตลักษณ์เหล่านี้ มันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอันเป็นผลมาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนและสังคม และมีสิทธิเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ทางสังคมขึ้นมา

หากสังคมที่พร้อมจะเข้าใจสิทธิของคนเหล่านั้นเอื้อโอกาสให้ได้เข้าถึงสิทธิอันพึงมีพึงได้ โดยทางปฏิบัติในชีวิตจริงแล้วล่ะก็ นั่นย่อมมีความหมายว่าสังคมได้เกิดการยอมรับและเข้าใจอัตลักษณ์นั้นๆ รวมทั้งยังช่วยปกป้องสิทธิอันชอบธรรมให้กับการเรียกร้องของกลุ่มอัตลักษณ์นั้นเองด้วย เช่นนั้นแล้วเราย่อมสามารถเข้าถึงและสามารถใช้สิทธิตามอัตลักษณ์ของเราได้กับผู้คนในสังคมทั่วๆไป อาจารย์ยังบอกอีกว่า หากสังคมที่มีความพร้อมสูงให้การรับรองสิทธิของคนชายขอบจริงๆ หมายความว่า อัตลักษณ์ของพวกเขาเหล่านั้นได้สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนกับสังคมที่เข้มข้นและเท่าเทียมกันขึ้นแล้ว นั่นก็คือหลักประกันในด้านสิทธิที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ากฎหมายเสียอีก

tumblr_me2i70cwj01rtcnalo1_500
ทานุกิฟื้นฟูศิลปวิทยาการแปลงร่างและศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์(คนเมือง)เป็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อต่อกรกับความเจริญของเมืองและวัฒนธรรมบริโภคนิยมที่กำลังกลืนกินและแทรกซึมวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมซึ่งทำลายวิถีชีวิตแต่เก่าก่อน อีกทั้งยังช่วงชิงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมตักตวงเอาประโยชน์เข้ามาเป็นของกลุ่มคนที่มีอำนาจและอิทธิพล เมื่อสิทธิของทานุกิถูกลิดรอน พื้นที่อยู่อาศัยเขตแดน แหล่งอาหารร่อยหรอ พวกมันจึงลุกขึ้นสู้ทั้งโดยสันติและความรุนแรงเพื่อป่าวประกาศเรียกร้องให้คนเมืองและผู้มีอำนาจเหล่านั้นหยุดละเมิดสิทธิของพวกเขาซะที
ทว่าแม้เหล่าทานุกิจะรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลของสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พวกคนมีอำนาจก็หาได้ใส่ใจไม่จึงทำให้ทานุกิเกิดความคิดว่าน่าจะไปหาคนมาช่วยก็เลยส่งตัวแทนไปหาปรมาจารย์ที่มีความรอบรู้ในเรื่องตำนานพื้นบ้านและนิทานที่มีคติสอนใจเพื่อนำพาเหล่ามนุษย์ให้มีความศรัทธาพอจะเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อให้มนุษย์ตระหนักถึงความดีงามดังที่บรรพบุรุษเคยทำไว้และเคยปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน ทว่า ท้ายที่สุดศาสตร์แห่งการแปลงร่างและการเลียนแบบมนุษย์กลับกลายเป็นวิธีการเอาตัวรอดอยู่ในสังคมมนุษย์โดยหลงลืมจิตวิญญาณดั้งเดิม ส่วนพวกที่แปลงร่างไม่ได้ก็หลบซ่อนหายตัวไปจากการรับรู้ของสังคมถูกทอดทิ้งให้ดิ้นรนหาอยู่หากินเอาเอง บางกลุ่มยังคงมีจิตวิญญาณการเล่นเหมือนเดิม แต่บางกลุ่มกลับถูกเลี้ยงโดยมนุษย์จนสูญเสียจิตวิญญาณอิสระไปตลอดกาล

tanuki jump

การเรียกร้องสิทธิของทานุกิในตอนท้ายๆ แบบกอนตะและพวกพ้องกระทำโดยใช้ความรุนแรงอย่างเอาเป็นเอาตายกันไปข้างหนึ่ง เพื่อปกป้องอนุรักษ์ธรรมชาติ ก็มิได้ช่วยให้สถานการณ์ธรรมชาติถูกทำลายเป็นไปในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งยังต้องสูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ต่อเมื่อพวกมนุษย์เห็นภาพอดีตสมัยเด็ก รำลึกนึกถึงความสัมพันธ์ของสรรพชีวิตในธรรมชาติที่เคยอยู่ร่วมกันมาแต่เก่าก่อน นั่น จึงทำให้ผู้คนโหยหาอดีตแห่งวันชื่นคืนสุข และพยายามทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่อาจหวนคืนกลับมาได้ทันตาเห็น หากมิได้เห็นแก่ประโยชน์ของตัวและพวกพ้องจนเกินไป และมิได้ตักตวงผลประโยชน์เพื่อเอาตัวรอดอยู่ฝ่ายเดียว แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาให้คงเดิม หรือรักษาสิ่งที่เกิดมีขึ้นแล้วและทำสิ่งที่เกิดมีขึ้นแล้วนั้นให้งอกงามเพิ่มทวียิ่งขึ้นไปจนไพบูลย์ ซึ่งมีความหมายตรงกับคำว่า “อนุรักษ์” อย่างที่ควรจะเป็นจริงๆ

เมื่อเรายังมองไม่เห็นตัวหรือหมู่พวกของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ไม่เข้าใจจริงๆว่า ธรรมชาติและสรรพชีวิตมันเกื้อกูลกันอย่างไร วัฏจักรธรรมชาติที่หมุนวนเป็นวงกลมก็จักยังคงล่องหนต่อไป เพราะมันไม่อาจเห็นได้ด้วยดวงตาอันพร่ามัวของเราเลย

tumblr_lxg4gtFeL71qd4f2uo1_500

เขียนลงในสารโกมล เมื่อนานมาแล้ว(ไม่ได้บันทึกไว้)

เขียนโดย ญาเฮ ดา (Iechyd Da)

ภาพปกบนสุดมาจากเวป http://galleryhip.com/pom-poko-balls.html

ภาพที่สองถัดลงมา ฝึกฝนการแปลงร่าง http://ghibli-gifs.tumblr.com/tagged/Pom+Poko/page/4

ภาพที่สาม ดีดกีต้าร์ร้องเพลง http://ghibli-gifs.tumblr.com/post/29653439127/tetodotgif-pom-poko-1994

ภาพปรมาจารย์สุดเท่ห์ http://ghibli-gifs.tumblr.com/tagged/Pom+Poko/page/2

ภาพทานุกิสาวโดดเชือกแปลงร่าง มาจากเวป http://www.toonamiaftermath.com/content/what-greatest-animated-film-ever-made?page=1

ภาพสุดท้าย ทานุกิน้อย มาจาก http://ghibli-gifs.tumblr.com/tagged/Pom+Poko/page/4

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s